“รถเข็นขายดี” ที่ไม่เข้าใจคนขายของ

โดย ธัญเทพ ทองป้อง

เมื่อวันเสาร์ที่ 23 เมษายน 2565 เฟสบุ้คเพจ “เอ้ สุชัชวีร์” ผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพมหานครแห่งพรรคประชาธิปัตย์ได้ลงนโยบายที่มีชื่อว่า “รถเข็นขายดี” โดยมีรายละเอียดว่า “ส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ประกอบการใช้รถเข็นขายของที่ขายได้ขายดี เพราะทั้งถูกสุขอนามัย รักษ์โลก และทันสมัย รถเข็นคันนี้ออกแบบให้เหมาะสำหรับการค้าขายอาหารปิ้งย่าง เช่น หมูย่าง หมึกย่าง หม่าล่าปิ้งย่าง” โดยอธิบายว่ารถเข็นคันนี้มีคุณลักษณะคือ “มาพร้อม 1. ระบบดูดและบำบัดควัน ให้ควันเบาบางลง 2. ระบบกรองน้ำสะอาด ใช้ทำความสะอาด ล้างมือ ล้างกระทะ เชื่อมต่อระบบปล่อยน้ำทิ้งสู่ถังดักไขมัน แยกเก็บไขมันและน้ำออกจากกัน 3. ระบบไฟฟ้า ที่สามารถใช้ทั้งแบบแบตเตอรี และใช้ไฟบ้าน”

จากคำอธิบาย คำว่า “ส่งเสริมและสนับสนุน” จึงค่อนข้างกำกวมว่าผู้ลงสมัครรับเลือกตั้งผู้ว่าท่านนี้และทีมงาน หากได้รับเลือกตั้งแล้ว จะจัดหา “รถเข็นขายดี” เหล่านี้มาให้ผู้ค้าผู้ขายฟรี หรือจัดหามาให้ในราคาที่จับต้องได้ หรือเพียงสนับสนุนในความหมายที่ว่าให้แค่เป็นตัวอย่าง แล้วให้ผู้ค้าผู้ขายไปจัดทำกันเอง ซึ่งถ้าเป็นอย่างหลังสุดแล้ว เราสามารถเรียกสิ่งนี้ว่า “นโยบาย” ได้จริงหรือ?

ด้านเสียงตอบรับ ณ เวลาที่ผู้เขียนเขียนอยู่ มีจำนวนรีแอคชั่นกว่า 1.3 หมื่นรีแอคชั่น โดยมี “ฮ่าๆ” เป็นรีแอคชั่นที่มากที่สุด คือ 7.4 พัน รองลงมาคือการกดถูกใจ (5.4 พัน)

ในด้านคอมเมนต์ ความเห็นที่เป็นท็อปคอมเมนต์มีข้อความว่า

“น่ารักดีครับ เหมือนเอาโครงงานวิทยาศาสตร์ของลูกชายเด็ก ป.6 มานำเสนอ ส่งเสริมครอบครัวใช่มั้ยครับ ^^”

นอกจากนั้นก็มีความเห็นข้อหนึ่งที่เป็น “ข้อถกเถียงสำคัญ” นักสังคมนิยมควรมีจุดยืนอย่างไร ที่บางคนได้ตั้งคำถามว่า “หากมีรถเข็นดังว่าแล้ว คนจะขายของที่ไหนอีกเล่าหากไม่ใช่ทางเท้าและข้างทาง ซึ่งอาจจะทำให้รถเข็นประเภทนี้สร้างปัญหามากกว่าจะแก้ปัญหา” แน่นอนว่าทางเท้าเป็นพื้นที่สาธารณะที่คนทุกคนในสังคมควรได้ใช้ประโยชน์เพื่อการสัญจร แต่ด้วยสภาพความเหลื่อมล้ำของราคาที่ดินที่สูงมาก คนธรรมดาไม่สามารถเข้าถึงได้โดยเฉพาะในย่านที่ผู้คนสัญจรหนาแน่น ย่านที่มีคนทำงานหนาแน่น ขณะที่คนทำงานจำนวนหนึ่งต้องการบริโภคสินค้าราคาถูกด้วยค่าจ้างที่ได้รับน้อยเกินไป แต่ด้วยที่ดินที่มีราคาแพง ไม่สามารถทำให้ต้นทุนสินค้าถูกลงได้ การขายของบนทางเท้าหรือพื้นที่สาธารณะจึงเป็นวิธีที่จะลดต้นทุนสินค้าเหล่านั้นได้ รวมถึงพ่อค้าแม่ค้า ซึ่งส่วนใหญ่เป็นคนชั้นกลางยากจน ก็ไม่มีทุนมากพอที่จะไปเช่าพื้นที่ในย่านเหล่านั้นเพื่อขายสินค้า การแก้ปัญหานี้จึงไม่ใช่การไล่คนออกจากทางเท้า แต่ต้องลดความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงที่ดินที่เป็นทรัพยากรร่วมของสังคม ต้องลดการเก็งกำไรในที่ดิน ทำให้ราคาที่ดินที่สร้างประโยชน์มีราคาถูกลง

ผู้เขียนในฐานะที่มีมารดาเคยประกอบอาชีพค้าขายโดยใช้รถเข็นเช่นนี้ จากประสบการณ์ คิดว่าพ่อค้าแม่ขายเหล่านี้คงต้องการสิ่งอื่นมากกว่ารถเข็นทันสมัย อย่างเช่นสวัสดิการที่ดี เทียบเท่ากับชนชั้นข้าราชการ รวมถึงเศรษฐกิจที่มั่นคง เงินในมือประชาชนที่มากขึ้น ยิ่งในปัจจุบันที่การค้าขายไม่ว่าธุรกิจใด ใหญ่หรือเล็กก็ต้องซบเซา เนื่องจากโรคระบาดโควิด 19 จึงคิดว่าผู้ค้าผู้ขายคงต้องการมาตรการจัดการรับมือกับโรคนี้ที่ดีกว่านี้ มากกว่าแค่รถเข็น แต่เป็นวัคซีนที่มีคุณภาพในราคาฟรีถึงถูกมาก จับต้องได้ รวมไปถึงการตรวจ atk ที่เข้าถึงง่าย อาจเป็นการจัดซุ้มประจำโดยหน่วยงานของรัฐ ไม่ผลักภาระให้ประชาชนไปหาซื้อกันเองในราคาที่ค่อนข้างแพงต่อชิ้น

********************************

ถ้าเห็นด้วยกับแนวทาง “องค์กรสังคมนิยมแรงงาน” เชิญสมัครสมาชิก https://forms.gle/2apcTWX7sB9YCVhU6