คนจนเมือง: ชายขอบของความเป็นเมือง และเสียงร่ำร้องที่ถูกลบเลือน

โดย ปีกแดง

“คนจนเมือง” หมายรวมถึงผู้คนที่อาศัยอยู่ในชุมชนแออัด พื้นที่ริมคลอง พื้นที่ใต้สะพาน กรรมาชีพนอกระบบ ไปจนถึงคนไร้บ้าน พวกเขาเหล่านี้เป็นผลผลิตของการพัฒนาทุนนิยมที่กระจุกรวมศูนย์ซึ่งสร้างความแปลกแยก ไม่เพียงแค่ระหว่างเมืองกับชนบทเท่านั้น แต่ระหว่างเมืองกับเมืองด้วยกันเอง ด้วยพื้นที่ของเมืองที่สงวนไว้แก่ชนชั้นกระฎุมพีที่มีอันจะกินได้ผลักไสผู้อยู่อาศัยดั้งเดิมและแรงงานอพยพให้ร่นไปอยู่ชายขอบ คนชายขอบเหล่านี้เป็นทั้งกรรมาชีพที่แบกบ่าอันหนักอึ้งของโครงสร้างความเป็นกรุงเทพฯ ไว้ด้วยหยาดเหงื่อและคราบน้ำตา เป็นทั้งพ่อค้าแม่ขายรายย่อยที่ทำได้แค่ประทังชีวิตตัวเองและครอบครัวไปวันๆ ไปจนถึงผู้สิ้นไร้ไม้ตอกในทุกกรรมสิทธิ์เสมือนหนึ่งชิ้นส่วนที่ถูกสลัดทิ้งจากรถยนต์ทุนนิยมที่กำลังเบรกแตก

คนจนเมืองเหล่านี้ขาดโอกาสในด้านต่างๆ ไร้สิทธิเสรีภาพและความปลอดภัยที่ทัดเทียมกับคนเมือง เป็นเพียงเศษเสี้ยวโสมมที่เมืองกรุงรับรู้แต่ไม่ให้ความสนใจ พวกเขาขาดทุนทางการศึกษา และบ้างตกอยู่ในวังวนของอาชญากรรมจากรุ่นสู่รุ่นอย่างไร้จุดสิ้นสุด ปัญหาของคนจนเมืองไม่ใช่ปัญหาเชิงอัตวิสัย ไม่ใช่เรื่องของความไม่พยายามในโลกที่ต้องดิ้นรน แต่เป็นปัญหาเชิงเศรษฐกิจการเมืองที่ต้องได้รับการเหลียวแล แน่นอนว่าศักดิ์ศรีของมนุษย์เกิดจากความสามารถที่จะรับผิดชอบต่อการกระทำของตน แต่สังคมที่ทอดทิ้งผู้ไร้ปัจจัยการผลิต ไร้ซึ่งอำนาจที่จะขีดเขียนชะตาชีวิตของตนเองไว้ในโคลนตม น่ากังขาว่าสังคมนั้นรับผิดชอบต่อพวกเขาอย่างไร

จากข้อมูลของสำนักงานเขตในปีพ.ศ. 2561 ชุมชนแออัดมีจำนวนรวมกว่า 638 ชุมชน หรือคิดเป็นร้อยละ 30.8 จาก 2,071 ชุมชนทั้งหมดในกรุงเทพฯ ในขณะที่กว่า 1,000 คน เป็นคนไร้บ้าน หากว่าที่ผู้ว่าฯกทม.อยากจะเห็นกรุงเทพฯ ในแบบที่แตกต่าง พวกเขาต้องให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของฐานรากที่ค้ำจุนเมืองหลวงอันหนักอึ้งนี้อย่างจริงจัง ไม่ใช่ให้ความสำคัญแค่กับการพัฒนาความเจริญของเมืองด้วยเทคโนโลยีและปรับปรุงสวัสดิการโดยมีชนชั้นกลางเป็นเป้าหมายหลักในขณะที่คนจนเมืองยังคงถูกผลักไสไปอยู่ชายขอบ การพัฒนาพื้นที่ของพวกเขาให้ทัดเทียมกับเมืองเป็นพื้นฐานแรกสุด ทุกปริมณฑลของชุมชนแออัดต้องได้รับการปรับเปลี่ยนให้ถูกสุขลักษณะและมีความปลอดภัย

กรุงเทพฯ ต้องปฏิรูปที่ดินเพื่อคนไร้บ้านที่จะได้รับการจัดหาที่อยู่อาศัยที่เหมาะสมและสร้างโอกาสในการทำงาน กรรมาชีพนอกระบบจะต้องได้รับการคุ้มครองทางกฎหมายและมีสวัสดิการเพื่อประกันคุณภาพชีวิตเช่นเดียวกับแรงงานในระบบ ต้องให้โอกาสทางการศึกษาแก่เด็กๆ ที่อาศัยอยู่ในชุมชนแออัดในลักษณะให้เปล่า รวมถึงคนจนเมืองต้องได้รับสวัสดิการขั้นพื้นฐานอย่างการคมนาคมฟรี สาธารณสุขฟรี และบำนาญชราภาพเช่นเดียวกับคนเมืองกรุง เป็นเวลานานที่เสียงร่ำร้องของคนจนเมืองชายขอบเหล่านี้ปราศจากความหมายและถูกลบเลือน ถึงเวลาที่จะต้องเปลี่ยนแปลง กรุงเทพฯไม่ใช่เมืองของเทวดาฟ้าสวรรค์ชั้นไหน แต่คือเมืองของมวลชน ที่จะต้องดำรงอยู่โดยมวลชนและเพื่อความผาสุกของมวลชนอย่างแท้จริง

**************************

ถ้าเห็นด้วยกับแนวทาง “องค์กรสังคมนิยมแรงงาน” เชิญสมัครสมาชิก https://forms.gle/2apcTWX7sB9YCVhU6