พระเยซูไม่อาจกลับมา มาร์กซ์จึงต้องคืนชีพ

โดย ปีกแดง

อาทิตย์ที่ 17 เมษายนของปีนี้ถือเป็นวันสำคัญที่สุดวันหนึ่งสำหรับคริสตชนที่ในฐานะที่เป็นวันอีสเตอร์ หรือวันเฉลิมฉลองการฟื้นคืนชีพของพระเยซูหลังถูกประหารบนไม้กางเขน เยซูผู้เป็นพระเจ้าในมนุษยภาพ การตายเพื่อไถ่บาปโลก การฟื้นคืนชีพในวันที่สาม เสด็จสู่สวรรค์และคำมั่นสัญญาที่จะกลับมาในวันสิ้นโลก ความเชื่อเหล่านี้คือสิ่งที่กำหนดอัตลักษณ์ของความเป็นคริสเตียนที่แยกขาดตนออกจากศาสนายูดายและอิสลามในตระกูลเซมิติกเดียวกัน แน่นอนว่าเราคงไม่สร้างข้อโต้แย้งที่ไร้ประโยชน์ใดต่อเทววิทยาดังกล่าว ความศรัทธาเป็นสิทธิส่วนบุคคลและเป็นเสรีภาพที่ไม่มีใครอาจพรากมันไปได้ พันธกิจประการหนึ่งของสังคมนิยมคือ การแยกขาดศาสนาออกไปจากรัฐและทำให้ศาสนากลายเป็นเรื่องส่วนบุคคลโดยแท้

ศาสนาอาจเป็นได้ทั้งเครื่องมือของชนชั้นปกครองเพื่อสร้างความชอบธรรมให้กับตนและบรรเทาความอยุติธรรมให้ลดน้อยถอยลงด้วยการประโลมเรื่องเพ้อฝันของความผาสุกในชีวิตหน้า ในขณะที่อีกด้าน “ศาสนาคือเครื่องปลอบใจของสัตว์โลกผู้ถูกกดขี่ คือหัวใจของโลกที่ปราศจากหัวใจ คือวิญญาณของภาวะที่ปราศจากวิญญาณ ศาสนาคือยาฝิ่นของมวลชน” คริสต์ศาสนาเองก็ไม่ได้แตกต่าง เป็นเพียงผลผลิตของความขัดแย้งทางชนชั้นที่มีทั้งด้านที่เป็นปฏิกิริยาซึ่งถูกใช้เป็นเครื่องปลอบประโลมให้กรรมกรชาวนายอมรับการกดขี่ขูดรีดทางเศรษฐกิจ และด้านที่ก้าวหน้าด้วยการแสดงความรักต่อชนชั้นล่างและเป็นที่พึ่งของคนชายขอบที่ถูกเหยียบย่ำ “บุคคลใดโศรกเศร้า ผู้นั้นเป็นสุข เพราะว่าเขาจะได้รับการปลอบประโลม” (มัทธิว 5:4) “พระเจ้าจะทรงเช็ดน้ำตาทุกๆ หยดจากตาของเขา ความตายจะไม่มีอีกต่อไป การคร่ำครวญ การร้องไห้ และการเจ็บปวดจะไม่มีอีกต่อไป เพราะยุคเดิมนั้นได้ผ่านพ้นไปแล้ว” (วิวรณ์ 21:4) คือสิ่งที่ศาสนาพร่ำสอนเพื่อให้คริสเตียนที่ตกทุกข์ได้ยากในโลกนี้อดทนและเฝ้ารอวันใหม่ที่กำลังจะมาถึง

แต่หากในทรรศนะวิทยาศาสตร์ทางสังคมของลัทธิมาร์กซ์-เลนินนั้น อุดมคติทางศาสนาว่าด้วยการรักเพื่อนมนุษย์ การรับใช้ชุมชนและความผาสุกในฟ้าสวรรค์จะบรรลุถึงได้ก็ด้วยการจัดตั้งของชนชั้นกรรมาชีพเพื่อรวมพลังกันลุกขึ้นสู้และโค่นล้มชนชั้นผู้กดขี่ตนเท่านั้น โลกใบใหม่ที่เต็มไปด้วยความเสมอภาค โลกแห่ง “สันติภาพ ที่ดิน ขนมปัง” จะผลิดอกออกผลด้วยเหตุดังกล่าว ไม่ใช่ด้วยการเสด็จกลับมาในพระสิริรุ่งโรจน์ของพระผู้ไถ่และกองทัพเทวทูตนับโกฏิแสน คงจะเป็นจริงอย่างประโยคส่งท้ายของบทละครชวนหัวอย่าง Marx in Soho ของ Howard Zinn ได้กล่าวไว้ “นี่คือการกลับมาครั้งที่สอง พระเยซูไม่อาจกลับมา มาร์กซ์จึงต้องคืนชีพ”

สุขสันต์วันอีสเตอร์ และการปฏิวัติของผู้ไร้ปัจจัยการผลิตจงเจริญ

**************************

ถ้าเห็นด้วยกับแนวทาง “องค์กรสังคมนิยมแรงงาน” เชิญสมัครสมาชิก https://forms.gle/2apcTWX7sB9YCVhU6