จะชนะเผด็จการต้องมีพรรคของชนชั้นแรงงาน

โดย รส เสาวลักษณ์

ท่านผู้อ่านหลายคนที่สนใจเรื่องการเมืองไทยคงทราบกันดีว่า เมื่อเดือนสิงหาคม 2563 มีเหตุการณ์ที่สะเทือนชนชั้นผู้ปกครองไทยเกิดขึ้น และจากเหตุการณ์ดังกล่าวนำไปสู่ปรากฎการณ์การเคลื่อนไหวของนักเรียน นักศึกษา คนหนุ่มสาวซึ่งเป็นชนชั้นแรงงานต่อเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน “ปรากฎการณ์สะท้านฟ้า 10 สิงหาคม” ของกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุมที่มีข้อเรียกร้องหลักคือ การปฎิรูปสถาบันกษัตริย์ เป็นการเคลื่อนไหวที่สร้างความหวังให้กับผู้คนในสังคมเป็นอย่างมากที่อยากจะเห็นสังคมที่เท่าเทียมกัน ปรากฎการณ์ดังกล่าวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่กระแสการเรียกร้องทางการเมืองซบเซาลง ซึ่งสาเหตุมาจากการที่กองทัพจัดให้มีการเลือกตั้ง และหลายคนเชื่อว่าการเข้าไปต่อสู้ในรัฐสภาคือทางออกที่จะสามารถผลักดันข้อเรียกร้องต่างๆ ได้ ซึ่งผลก็คือ ฝ่ายประชาธิปไตยไม่สามารถฝากอนาคตไว้กับการต่อสู้ในระบบรัฐสภาได้แต่อย่างใด นอกจากกลุ่มธรรมศาสตร์และการชุมนุมจะมีข้อเสนอการปฎิรูปกษัตริย์ นักเรียน นักศึกษา และคนหนุ่มสาวชนชั้นแรงงานก็มีการรวมตัวกันเพื่อตั้งกลุ่มการเคลื่อนไหว และมีข้อเสนอทางการเมืองหลายข้อ ซึ่งล้วนเป็นข้อเสนอที่ก้าวหน้าและเป็นประโยชน์แก่คนส่วนใหญ่ เช่น การยกเลิกการเกณฑ์ทหาร การลดงบประมาณทหาร การยกเลิกระเบียบการแต่งกายของนักเรียน หรือยกเลิกเครื่องแบบนักเรียนโดยให้ใส่ชุดไปรเวทไปโรงเรียนได้ การสร้างระบบสวัสดิการให้แก่คนจน การยกเลิกงบประมาณค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับสถาบันกษัตริย์ ความเท่าเทียมทางเพศ การยกเลิกวุฒิสภา (ส.ว.) เป็นต้น

แม้ว่าพวกเราจะรวมพลังกันเพื่อผลักดันให้ข้อเรียกร้องบรรลุ แต่ข้อเรียกร้องของพวกเราก็ไม่เคยได้รับการตอบรับจากชนชั้นผู้ปกครอง แม้ว่าข้อเรียกร้องของพวกเราเป็นสิ่งที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามันถูกต้อง แต่พวกเราก็ถูกจับกุมและถูกดำเนินคดีเป็นจำนวนมาก และหลายคนก็ถูกตั้งข้อหาที่หนักกว่าความเป็นจริง ในสภาพการณ์เช่นนี้ เรามักจะได้ยินหลายคนท้อแท้และบ่นว่าสู้ไปก็ไม่สามารถล้มเผด็จการได้ หรือพวกเราไม่มีทางสู้พวกเผด็จการได้ และหลายๆ คนก็หันไปพึ่งพาการต่อสู้ในรัฐสภาโดยผ่านพรรคการเมืองอย่างพรรคเพื่อไทยและก้าวไกล เป็นต้น โดยหวังว่าการได้ผ่านกฎหมายสักฉบับหนึ่งจะนำไปสู่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองได้ ซึ่งในความเป็นจริงก็ไม่เคยมีกฎหมายฉบับใดที่ทั้งสองพรรคเสนอแล้วผ่านมติสภาผู้แทน (ซึ่งเต็มไปด้วยผู้แทนของชนชั้นนายทุน!!!!)

แน่นอนว่า การทำสิ่งใดๆ ลงไปแล้วมันไม่ประสบความสำเร็จย่อมมีอาการท้อแท้ แล้วในสภาพการณ์แบบนี้ พวกเราจะสู้กันอย่างไร? เราคงไม่เพ้อฝันว่า ชนชั้นผู้ปกครองกำลังอ่อนแอและเพลี้ยงพล้ำต่อฝ่ายประชาธิปไตย เพราะในสภาพความเป็นจริงคือชนชั้นผู้ปกครองมีเครื่องมือในการปกป้องผลประโยชน์และทำงาน 24 ชั่วโมง ซึ่งเครื่องมือที่ว่านั้นคือ คุก ศาล ทหาร ตำรวจ ในฐานะที่องค์กรสังคมนิยมแรงงานเป็นองค์กรที่เชื่อมั่นในพลังของชนชั้นแรงงาน และเชื่อว่าสังคมนิยมคือประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ที่สุดและสร้างขึ้นได้จากการกระทำของชนชั้นแรงงาน นักเรียน นักศึกษา เราจะไปถึงประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ได้พวกเราจะต้องมีการจัดตั้งพรรคการเมืองของชนชั้นกรรมาชีพ

การจัดตั้งคืออะไร ? ต้องทำยังไง และหน้าตามันเป็นแบบไหน

เรามักจะได้ยินฝ่ายอนุรักษ์นิยมพูดเสมอๆ ว่า คนเสื้อแดงถูกจัดตั้งโดยพรรคเพื่อไทย ม็อบรุ่นใหม่ถูกจัดตั้งโดยพรรคก้าวไกล ซึ่งการใช้คำแบบนี้ของพวกอนุรักษ์นิยม ล้วนทำให้คำว่าการจัดตั้งเป็นคำที่น่ากลัว และเป็นคำที่แย่มาก ถึงขนาดว่า คนไหนที่ถูกจัดตั้งมาก็คือพวกโง่ และถูกลวงล่อด้วยผลประโยชน์ด้วยทรัพย์สินเงินทอง

ในมุมมองของนักมาร์กซิสต์ คำว่าการจัดตั้งในหมู่นักเคลื่อนไหวในความหมายหนึ่ง หมายถึง บุคคลที่มาจัดกลุ่มศึกษาและมานำทางความคิด ทฤษฎีการเมือง มาเป็นผู้นำกลุ่ม ในอีกความหมายถึงคือ การกระทำที่นำเอากลุ่มคนที่มีความคิด และเป้าหมายเดียวกันกันมารวมตัว แบ่งหน้าที่กัน สร้างสรรค์องค์กรของตนให้สามารถเคลื่อนไปข้างหน้าและปฏิบัติภารกิจให้บรรลุเป้าหมาย รูปแบบการจัดตั้งของมวลชนมีหลากหลาย เช่น กลุ่ม ชมรม สมัชชา สหภาพแรงงาน สภาองค์กรลูกจ้าง พรรคการเมืองของชนชั้นแรงงาน

แล้วชนชั้นนายทุน ชนชั้นผู้ปกครองมีการจัดตั้งกันไหม? แน่นอนชนชั้นนายทุนก็มีการรวมตัวกันจัดตั้งหลายรูปแบบเช่นกัน ทั้งนี้เพื่อเป้าหมายคือการรักษาระบบขูดรีดภายใต้อำนาจรัฐของตน เช่น หอการค้าจังหวัด สภาองค์กรนายจ้าง สมาคมนายจ้างอุตสาหกรรมต่างๆ และพรรคการเมืองที่มีอยู่ในระบบรัฐสภาไทย ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายรัฐบาลหรือฝ่ายค้านที่ล้วนมีนโยบายเหมือนกันคือ ปกป้องผลประโยชน์ของนายทุนในระบอบประชาธิปไตยแบบนายทุน และ “รัฐ “ คือองค์กรจัดตั้งสูงสุดของชนชั้นนายทุนที่มีเครื่องมือและกลไกรัฐ ตั้งแต่ตำรวจ อัยการ ทหาร ศาลและคุก

การสร้างสังคมให้เป็นประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ คือการต่อสู้กับอำนาจรัฐทุนนิยม และมีอุปสรรคอย่างมากมาย เพราะชนชั้นนายทุนไม่ยอมปล่อยอำนาจรัฐง่ายๆ จะเอาชนะอำนาจรัฐทุนนิยมได้นั้นต้องไม่ทำกันเล่นๆ ต้องไม่ทำแบบมือสมัครเล่น เลนินผู้นำพรรคบอลเชวิค ได้เขียนข้อสรุปไว้ใน “โรคไร้เดียงสาฝ่ายซ้ายในขบวนการคอมมิวนิสต์” โดยสรุปประสบการณ์การต่อสู้ว่า การสร้างพรรคจัดตั้งทางการเมืองของกรรมาชีพรัสเซียที่ประสบชัยชนะตั้งอยู่บนรากฐานสำคัญ 4 ประการคือ

  1. การมีสมาชิกที่เป็นกองหน้าของชนชั้นกรรมาชีพ ทั้งจิตสำนึก ความเหนียวแน่นในการปฎิวัติ และความกระตือรือร้น ความเสียสละ และความกล้าหาญในการทำงาน
  2. การที่พรรคสามารถเชื่อมโยงและลงไปเป็นส่วนหนึ่งของมวลชนผู้ใช้แรงงาน
  3. การที่ผู้นำพรรคสามาถใช้ประสบการณ์จากการต่อสู้เพื่อหาแนวทางที่ถูกต้อง
  4. การที่พรรคสร้างขึ้นบนรากฐานที่มั่นคงของทฤษฎีมาร์กซิสม์

*******************************

ถ้าเห็นด้วยกับแนวทาง “องค์กรสังคมนิยมแรงงาน” เชิญสมัครสมาชิก https://forms.gle/2apcTWX7sB9YCVhU6