การผนึกกำลังของแรงงานทุกชาติพันธุ์เพื่อโค่นล้มผู้ปกครองศรีลังกา

โดย สหายกลั่น

องค์กรแรงงานมีบทบาทมากขึ้นในการประท้วงใหญ่ในศรีลังกา โดยเมื่อต้นเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา มีคนงานหลายล้านคนออกมาประท้วงเพื่อเรียกร้องให้มีการรื้อถอนระบอบราชปักษาอันน่ารังเกียจและเพื่อหยุดยั้งวิกฤตเศรษฐกิจบนเกาะแห่งนี้ ในเมืองหลวงโคลัมโบ สมาชิกสหภาพแรงงานหลายพันคนได้เข้าร่วมกับกลุ่มผู้ประท้วงที่ปักหลักอยู่หน้าทำเนียบของประธานาธิบดีราชปักษามาเกือบสี่สัปดาห์แล้ว

เจ้าหน้าที่รัฐคนหนึ่งซึ่งไม่ขอเอ่ยนาม ได้กล่าวกับผู้สื่อข่าวว่า “การใช้ชีวิตกลายเป็นเรื่องยากลำบากในวิกฤตเศรษฐกิจครั้งนี้ ค่าน้ำมัน ค่าไฟฟ้า ค่าอาหารและรถบัสล้วนแพงเกินไปในตอนนี้” ด้วยสมาชิกในครอบครัว 5 คน แต่ด้วยเงินเดือนยังคงอยู่เท่าเดิม การเลี้ยงดูครอบครัวจึงยากลำบากมากขึ้น เจ้าหน้าที่รัฐดังกล่าวยังบอกอีกว่า “ปีที่แล้วราคาข้าวเคยอยู่ที่ 99 รูปี (ประมาณ 44 บาท) แต่ขณะนี้อยู่ที่ 215 รูปี (ประมาณ 95 บาท)” นักวิจารณ์กระแสหลักหลายคนตำหนิการล่มสลายทางเศรษฐกิจทันทีว่ามาจากการกู้ยืมในระดับสูงของรัฐบาล พวกเขากล่าวว่าปรากฏการณ์นี้ได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า จะระงับนโยบายเศรษฐกิจเสรีนิยมใหม่ได้ต้องเกิดหายนะขึ้น

แต่กลยุทธ์การกู้ยืมนี้กลับได้รับการสนับสนุนจากตลาดระหว่างประเทศและพวกนายธนาคาร ในระหว่างปี 2000 ถึง 2022 พวกเขายินดีอย่างยิ่งที่จะประกาศกลยุทธ์การกู้ยืมนี้ ซึ่งในขณะนั้นศรีลังกามีอัตราการเติบโตสูงที่สุดในภูมิภาค และนายธนาคารกลุ่มเดียวกันที่ขณะนี้ได้รับการสนับสนุนจากกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ก็กำลังเรียกร้องให้คนงานชดใช้วิกฤตนี้ด้วยการรัดเข็มขัดขนานใหญ่ พวกเขาต้องการเห็นการเคลื่อนไหวเพื่อ “เปิดเสรี” ทางเศรษฐกิจด้วยการตัดเงินอุดหนุนเชื้อเพลิงและอาหาร จึงไม่น่าแปลกใจที่สหภาพแรงงานจะถูกผลักดันจากข้างล่างให้ออกมาประท้วงมากขึ้น และการหยุดงานประท้วงครั้งใหญ่เกิดขึ้นอีกครั้งในปลายเดือนนี้ ผู้ประท้วงยังคงต้องออกไปตามท้องถนนและเรียกร้องให้ยุติระบอบราชปักษาและนโยบายรัดเข็มขัดให้ถึงที่สุด

การประท้วงครั้งนี้ยังได้รวมชาติพันธุ์ต่างๆ ให้เป็นหนึ่งเดียว สังเกตได้จากจุดศูนย์รวมการประท้วงใหญ่ ณ Galle Face Green ในเมืองหลวงโคลัมโบที่มีการแสดงความสมานฉันท์ หนึ่งในผู้ชุมนุม กล่าวว่า “นี่คือศรีลังกาที่แท้จริง ดูสิ! ชาวมุสลิมอยู่ที่นี่ ชาวฮินดูก็อยู่ที่นี่ ชาวคาทอลิกด้วย สายเลือดเดียวกันทั้งนั้น” พระภิกษุในบริเวณใกล้เคียงเห็นด้วยว่า “ผู้คนต่างละทิ้งความแตกต่างทางศาสนาและเชื้อชาติเพื่อเข้าร่วมการต่อสู้ครั้งนี้ ศรีลังกาได้กลายเป็นหนึ่งเดียว” ทั้งสองคนนี้ มาจากประชากรชาวพุทธสิงหล ซึ่งเป็นประชากร สามในสี่ของประเทศ การมีส่วนร่วมของชาวมุสลิมก็มีความสำคัญโดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อพิจารณาจากวิธีที่รัฐพุ่งเป้าไปยังพวกเขาว่าเป็น “ศัตรูภายในชาติ” แต่แล้วทำไมถึงยังไม่มีท่าทีจากชาวทมิฬต่อการประท้วง? แน่นอนว่าสงครามต่อต้านราชปักษาของขบวนการทมิฬมีมานานถึง 25 ปี

เหตุผลหนึ่งที่ทำให้เกิดความลังเลที่จะเข้าร่วมขบวนการประท้วงนี้คือ กองทัพราชปักษายังคงตรึงกำลังอยู่ในฐานที่มั่นเดิมของนักรบพยัคฆ์ทมิฬ และความกลัวที่มีมาอย่างต่อเนื่องต่อรัฐศรีลังกาก็เป็นเรื่องที่สมเหตุสมผล เหตุผลที่สองเป็นเรื่องของการเมือง นักการเมืองชาวทมิฬกีดกันผู้สนับสนุนให้เข้าร่วมขบวนการประท้วง เพราะมันส่งเสริมความรู้สึกเชื่อมโยงกับกลุ่มชาติพันธุ์อื่น ๆ และกับภูมิภาคอื่น ๆ ที่ออกมาสู้ นักการเมืองแบ่งแยกดินแดนเหล่านี้กลัวความรู้สึกเชื่อมโยงนั้นเพราะมันเป็นการทำลายข้ออ้างที่ว่า ชาวทมิฬธรรมดาสามารถแสวงหาเสรีภาพได้ หากพวกเขาแยกตัวออกจากรัฐศรีลังกา ซึ่งการไม่เข้าร่วมการประท้วงนี้จะส่งผลดีต่อระบบที่เป็นอยู่

การเคลื่อนไหวที่รวมทุกส่วนของสังคมศรีลังกาไม่เพียงแต่จะทำลายระบอบราชปักษาเท่านั้น แต่ยังสามารถเรียกร้องต่อต้านการกดขี่ทางชาติพันธุ์และลัทธิชาตินิยมสิงหลได้ การบูรณาการระหว่างชาติพันธุ์ดังกล่าวจำเป็นต่อการต่อสู้ในตอนนี้และในอนาคต กระทั่งหลังจากกำจัดราชปักษาที่เหลืออยู่ได้สำเร็จก็ยังคงต้องร่วมมือกันต่อไป

ที่มา พรรคแรงงานสังคมนิยมอังกฤษ. 3 พฤษภาคม 2022. More workers set to join mass revolt in Sri Lanka.

*******************************

ถ้าเห็นด้วยกับแนวทาง “องค์กรสังคมนิยมแรงงาน” เชิญสมัครสมาชิก https://forms.gle/2apcTWX7sB9YCVhU6