ภาษีอัตราก้าวหน้ามีความสำคัญอย่างไรต่อการสร้างรัฐสวัสดิการ

โดย วัฒนะ วรรณ

การพูดถึง “รัฐสวัสดิการ” ในสังคมไทยท่ามกลางวิกฤติการเมืองและเศรษฐกิจเป็นเรื่องน่าตื่นเต้นช่วยเสริมความหวัง เป็นสิ่งที่ควรสนับสนุนอย่างยิ่ง

รัฐสวัสดิการ คือการออกแบบสวัสดิการพื้นฐานที่จำเป็นต่อการดำเนินชีวิตของผู้คนในสังคมให้กับพลเมืองฟรี อาทิ การศึกษา การรักษาพยาบาล ที่อยู่อาศัย งานที่มั่นคง การพักผ่อนหย่อนใจที่เหมาะสม ฯลฯ โดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีของพลเมืองเป็นสำคัญ นั่นจึงเป็นที่มาของการไม่ต้อง “พิสูจน์ความยากจน” เป็นสิทธิ์ที่ควรได้รับอย่างสมศักดิ์ศรี

ระดับคุณภาพชีวิตของรัฐสวัสดิการในแต่ละรัฐจะแตกต่างกัน ขึ้นอยู่กับความเจริญรุ่งเรืองของกระบวนการผลิตทางเศรษฐกิจของประเทศนั้นๆ รูปธรรมคือ รัฐนั้นๆ จะต้องเอาความร่ำรวยทั้งหมดในสังคมมากองรวมกันเพื่อพิจารณาดูว่าจะนำมาจัดสรรอย่างไรให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด ระบบ “ภาษี” จึงเป็นเครื่องมือสำคัญของการจัดการความร่ำรวยเหล่านั้น

ภาษีอัตราก้าวหน้า ต่างจากภาษีคงที่อย่างไร?

ภาษีคงที่จะจัดเก็บในอัตราคงที่ในทุกระดับรายได้ เช่น รายได้ 1 ล้านบาท เสียภาษี 10% รายได้ 10 บาท ก็เสียเสียภาษี 10% แต่ถ้าเป็นภาษีอัตราก้าวหน้า ถ้ามีรายได้ 10 ล้าน อาจจะต้องเสียภาษีสูงถึง 50% ซึ่งเป็นการเน้นเก็บภาษีจากคนรวยในอัตราสูงเป็นสำคัญ ซึ่งมาจากความคิดที่ว่า ความร่ำรวยในสังคมมาจากการทำงานของทุกคนในสังคม โดยการใช้ทรัพยากรร่วมของสังคม จึงจำเป็นต้องกระจายรายได้ให้สังคม ไม่ควรมีใครร่ำรวยเกินไปยิ่งมีรายได้มากยิ่งต้องจ่ายภาษีมาก การจัดเก็บภาษีก้าวหน้าเช่นนี้ ถึงแม้จะเก็บจากคนรวยในอัตราสูงก็จริง แต่ก็ไม่ได้ทำให้คนร่ำรวยเหล่านั้นจนลง แต่อาจจะร่ำรวยน้อยลงนิดหน่อยเท่านั้น

การเก็บภาษีก้าวหน้าสัมพันธ์กับ “ประสิทธิภาพ” ของรัฐสวัสดิการอย่างสำคัญ ถ้าต้องการให้ระบบรัฐสวัสดิการมีประสิทธิภาพสูง จัดทำได้ครอบคลุมทั่วถึง ไม่ใช่ค่อยๆ ทำเป็นส่วนๆ จะยิ่งเพิ่มประสิทธิภาพในสัดส่วนที่สูงขึ้น เช่น ถ้ามีระบบการศึกษาฟรี แต่เด็กๆ ยากจน ไม่มีเงินไปโรงเรียน ไม่มีบ้านพักที่กว้างขวางเป็นสัดส่วนพอที่จะมีสมาธิอ่านหนังสือ หรือจะต้องช่วยพ่อแม่หารายได้ การศึกษาฟรีดังกล่าว อาจจะดีระดับหนึ่ง แต่ถ้าพ่อแม่ได้รับการสนับสนุนที่ดีด้วย เด็กๆ อยู่ในภาพแวดล้อมที่พักอาศัยที่ดีด้วย ประสิทธิภาพของการศึกษาฟรีก็จะยิ่งสูงขึ้นมาก มากกว่าค่อยๆ ทำเป็นส่วนๆ ซึ่งจะทำอย่างนั้นได้ จะต้องเพิ่มงบประมาณรัฐ โดยการดึงมาจากคนรวยเพิ่มขึ้น

ระบบภาษีก้าวหน้าจึงเป็นเครื่องมือชี้วัดว่า คนที่เสนอเรื่องนี้มีความจริงใจในสนับสนุนเรื่องนี้มากน้อยแค่ไหน เพราะจะต้องต่อสู้กับชนชั้นนายทุนทั้งชนชั้น เนื่องจากมันไปลดทอนผลประโยชน์ของโครงสร้างนายทุน การต่อสู้เพื่อรัฐสวัสดิการจึงไม่สามารถทำผ่านรัฐสภาได้เพียงลำพัง จะต้องได้รับการสนับสนุนจากมวลชน คนจน กรรมาชีพจำนวนมาก จะต้องมีการปลุกระดมมวลชนไปพร้อมกัน ถึงท้ายที่สุดแล้วมันไม่ได้สู้กันด้วยเหตุผลกับคนร่ำรวย แต่จะสู้กันด้วยกำลังของทั้งสองชนชั้นที่ผลประโยชน์ขัดแย้งกัน การสร้างรัฐสวัสดิการจึงจะสำเร็จได้

******************************

ถ้าเห็นด้วยกับแนวทาง “องค์กรสังคมนิยมแรงงาน” เชิญสมัครสมาชิก https://forms.gle/2apcTWX7sB9YCVhU6