มาร์กซิสกับการปลดปล่อยผู้หญิง

โดย พิราบแดง

มาร์คซิสต์เชื่อว่าจะแก้ปัญหาการกดขี่ทางเพศในสังคมชายเป็นใหญ่ได้นั้น ต้องล้มระบบทุนนิยม เพราะการกดขี่ทางเพศไม่ได้ถือกำเนิดมากับสภาวะธรรมชาติของมนุษย์ มันถือกำเนิดมาพร้อมกับการมีชนชั้น ระบบกรรมสิทธิ์และครอบครัว (เหล่านี้ล้วนเป็นสิ่งที่ทุนนิยมยังคงอนุรักษ์ไว้อยู่เสมอ) แม้ทุนนิยมจะทำให้ผู้หญิงลุกขึ้นมาจากการเป็นพลเมืองชั้นสองได้ แต่ทุนนิยมก็ยังตีกรอบบางอย่างกับผู้หญิงและผลักผู้หญิงให้ต้องรับผิดชอบหลายอย่างมากกว่าผู้ชาย เช่น ผู้หญิงต้องเลี้ยงลูก ต้องทำงานบ้านที่ไม่ได้ค่าจ้าง ต้องรักนวลสงวนตัว ฯลฯ จนดูเหมือนว่าผู้หญิงกลายเป็นกรรมสิทธิ์ของสามีหรือพ่อในบ้าน

ครอบครัวกลายเป็นหน่วยเศรษฐกิจที่่ผลิต “แรงงานรุ่นใหม่” และยังเป็นสถาบันที่คอยกล่อมเกลาผลิตซ้ำความคิด “กดขี่ทางเพศ” เพื่อให้ผู้หญิงเป็นแรงงานในบ้าน และเพื่อให้ผู้ชายที่ในสมัยโบราณถูกเชื่อว่ามีศักยภาพทางกายภาพในการผลิตหรือการรบมากกว่า มาทำงานนอกบ้าน ในปัจจุบันผู้หญิงเองก็ถูกดึงมาเป็นแรงงานนอกบ้านด้วย แต่สำหรับงานในบ้าน ความคิดที่ติดมาจากยุคโบราณก็ยังคงมองว่าเป็นหน้าที่ของผู้หญิงอยู่ กลายเป็นว่าผู้หญิงถูกผลักให้รับภาระหนักทั้งสองทางคือทั้งงานในบ้านและนอกบ้าน.

การที่ระบบทุนนิยมรักษาค่านิยมการกดขี่ทางเพศนี้ไว้ เพราะการที่รัฐจะลงทุนเรื่องสวัสดิการงานบ้านหรือสวัสดิการในการเลี้ยงดูเด็กอ่อนมันเป็นการลงทุนที่สูงและไม่ก่อให้เกิดกำไรในระบบทุนนิยม เรื่องนี้ผู้หญิงนายทุนที่เป็นนักสตรีนิยมแนวเสรีนิยม (liberal feminist) ไม่มีทางที่จะเรียกร้องสวัสดิการพวกนี้ให้กับเหล่าผู้หญิงชนชั้นแรงงาน เพราะการจะมีสวัสดิการอย่างนี้ได้ต้องเก็บภาษีคนรวยนั่นเอง

แน่นอน จะมีผู้หญิงรวยบางคนบอกว่า การเรียกร้องในแนวทางเสรีนิยมก็ปลดปล่อยผู้หญิงได้ ผู้หญิงไม่เห็นต้องทำงานบ้าน ไม่เห็นต้องเลี้ยงลูกเอง หรือการเพิ่มสัดส่วนของผู้นำหญิงในสถาบันทางการเมือง ฯลฯ เพียงแค่ปรับกฎหมายต่างๆ แต่ในความเป็นจริง แม้จะมีกฎหมายคุ้มครองผู้หญิงในครอบครัว ผู้หญิงที่ทำแบบนั้นได้ต้องมีเงินเท่านั้นถึงจะจ้างแม่บ้าน จ้างพี่เลี้ยงเด็กได้ หรือหากมีสัดส่วนผู้หญิงเป็นผู้นำทางการเมืองมากขึ้น จะมีประโยชน์อะไรกับผู้หญิงชนชั้นแรงงานถ้าผู้นำหญิงคนนั้นเป็นชนชั้นนายทุน ทั้งนี้การแก้กฎหมายจำเป็น แต่แค่นั้นยังไม่พอ

เราต้องไม่ลืมว่าทุกๆ ครั้งที่เกิดวิกฤติในสังคม หรือในสถานประกอบการ นายจ้างที่เป็น “ผู้หญิง” ก็จะเลิกจ้างลูกจ้างทั้งชายและหญิงเพื่อลดต้นทุนผลิต เพื่อรักษากำไร และถ้าจะต่อสู้ให้เกิดความยุติธรรม กรรมาชีพหญิงจะต้องร่วมมือกับกรรมาชีพชาย ปัญหาต่างๆ ในสังคม มันจึงเป็นเรื่อง “ชนชั้น” ไม่ใช่ปัญหาระหว่างเพศชายกับหญิงตามแนวทางที่พวกสตรีนิยมกระแสหลังพูดกัน

ศัตรูของผู้หญิงไม่ใช่ผู้ชายแต่มันคือ ปัญหาโครงสร้าง ผู้หญิงชนชั้นแรงงานไม่มีความจำเป็นต้องสร้างแนวร่วมกับผู้หญิงชนชั้นนายทุน เพราะว่าชนชั้นนายทุนไม่สามารถปลดปล่อยผู้หญิงได้ ที่สำคัญกว่าคือการสร้างแนวร่วมกับชนชั้นแรงงานทุกคน การต่อสู้ทางชนชั้นเพื่อสังคมนิยมเท่านั้นที่จะปลดปล่อยผู้หญิงจากการกดขี่อย่างแท้จริง ซึ่งเคยเกิดขึ้นบางส่วนแล้ว หลังการปฏิวัติรัสเซีย ปี 1917 ที่นำโดยพรรคบอลเชวิค ผู้หญิงมีสิทธิ์เลือกตั้งครั้งแรกในโลก มีโรงอาหาร มีโรงเลี้ยงเด็ก แบ่งเบาภาระของแม่ ฯลฯ ซึ่งนำเสนอไปแล้วก่อนหน้านี้ แน่นอนว่าเราต้องทำให้สามี น้องชาย เพื่อนชายเข้าใจปัญหาการกดขี่ผู้หญิงที่มาจากระบบใหญ่คือระบบทุน เพื่อให้ข้อเรียกร้องมีเรื่องของผู้หญิงเข้าไปด้วย ดังเห็นจากข้อเรียกร้องในวันกรรมกรสากล วันสตรีสากล หรือการนัดหยุดงานแสดงความสมานฉันท์กันทุกเพศทุกวัยเพื่อประโยชน์ทางชนชั้นนั่นเอง

*******************************

ถ้าเห็นด้วยกับแนวทาง “องค์กรสังคมนิยมแรงงาน” เชิญสมัครสมาชิก https://forms.gle/2apcTWX7sB9YCVhU6