อำนาจแท้ของมวลชนอยู่ตรงไหน?

โดย สหายนาย

ทุกวันนี้ผู้คนได้ตื่นรู้ถึงการถูกพันธนาการจากอำนาจรัฐที่ทำให้พวกเขาไร้ซึ่งสิทธิเสรีภาพในการแสดงออกหรือการออกความคิดเห็นที่แตกต่างจากชนชั้นปกครอง ทั้งที่จริงแล้วสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่ทุกคนควรได้รับในฐานะประชาชนที่เกิดในประเทศที่เรียกว่าประชาธิปไตย อย่างไรก็ตาม การที่ประชาชนได้ตอบโต้ต่ออำนาจรัฐไทยที่ผ่านมา มันมีบางอย่างที่ขาดหายไปและทำให้การเคลื่อนไหวต่อต้านอำนาจรัฐของมวลชนไม่สัมทฤธิ์ผลตามเป้าหมาย เสียงกรีดร้องท่ามกลางห่ากระสุนของเสรีชนยังคงกึกก้องและมาพร้อมกับข้อสงสัยในปัจจุบันว่า สิ่งที่ทำและเกิดขึ้น เราทำถูกแล้วจริงๆ หรือ?

ความรุนแรงของการเคลื่อนไหวต่อต้านอำนาจรัฐเผด็จการในไทยยังคงดำเนินอยู่ในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการลั่นปืนใส่ผู้ประท้วงอย่างเลือดเย็น และการตอบโต้ของผู้ชุมนุมในหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นการยิงพลุ ขว้างประทัด หรือแม้แต่ทำลายสิ่งของ

ท้ายที่สุดแล้ว การตอบโต้ที่ผู้ชุมนุมทำนั้นก็กลายเป็นการแสดงออกสัญลักษณ์รูปแบบหนึ่งไปโดยปริยาย ตำรวจยังคงปราบปรามผู้ชุมนุมอย่างโหดเหี้ยม และรัฐบาลก็ยังคงนิ่งเฉยต่อข้อเรียกร้องที่พวกเขาขออยู่ดี นี่จึงเป็นเป็นคำถามที่เริ่มดังขึ้นเรื่อยๆ แท้จริงแล้วอำนาจของมวลชนที่ลุกขึ้นต่อสู้อยู่ตรงไหนกันแน่ ทำไมถึงยังไม่บรรลุเป้าหมายสักที หลังจากมีการลุกขึ้นต่อสู้ยาวนานขึ้นเรื่อยๆ

ช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 1 ไม่ได้มีแค่รัสเซียที่เกิดการต่อสู้ทางชนชั้น แต่เกิดในเยอรมันด้วยที่มวลชนได้ลุกขึ้นมายึดอำนาจรัฐแคว้นบาวาเรียในเยอรมัน จนได้เขตการปกครองตนเองมา (ถึงแม้จะถูกปราบปรามโดย Freikorps หรือทหารขวาจัดจากรัฐบาลเบอลินก็ตาม) ที่น่าสนใจคือการปฏิวัติครั้งนั้นเป็นการลุกฮือของของมวลชนไม่ใช่คนกลุ่มเล็กๆ และผู้นำการปฏิวัติอย่างโรซ่า ลักเซมเบิร์ก และ คาร์ล ลีพค์เน็คท์ จากกลุ่ม Spartakusbund (ภายหลังคือพรรคคอมมิวนิสต์เยอรมัน) ได้เสนอว่าการปฏิวัติจะต้องดำเนินการผ่านการเรียกร้องให้เกิดการปฏิรูปของแรงงาน การนัดหยุดงานในเยอรมันจึงเกิดขึ้นและยิ่งใหญ่จนแรงงานคนอื่นๆ ได้เข้าร่วมการประท้วงนัดหยุดงานและรัฐบาลแคว้นบาวาเรียได้ทำตามข้อเรียกร้องของพวกเขา จนภายหลังการปฏิวัติของมวลชนชนชั้นแรงงานจึงปะทุขึ้น

จากเรื่องราวที่เสนอมาทำให้เรารู้ว่า แท้จริงอำนาจของมวลชนที่ซ่อนไว้ไม่ใช่เพียงแค่ประทัดหรือพลุ แต่คือ อำนาจแฝงของชนชั้นแรงงานนั่นเอง ซึ่งเป็นมวลชนส่วนใหญ่ในสังคม อำนาจแฝงดังกล่าวคือการหยุดทำงานให้รัฐนายทุนซึ่งเป็นผู้ครองอำนาจรัฐ

ถ้าแรงงานไม่ทำงาน น้ำจะไม่ไหล ไฟฟ้าจะดับ เศรษฐกิจของประเทศแทบจะเป็นอัมพาตชั่วคราว จนในที่สุดรัฐจะต้องทำตามข้อเรียกร้องอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ และนั่นคือคำตอบของคำถามที่เรากำลังประสบพบเจอตอนนี้ การเริ่มต้น “คิดถึง” วิธีการต่างๆ ที่จะนำพามวลชนไปสู่การนัดหยุดงาน ผ่านการถกเถียงแลกเปลี่ยนกันของขบวนการต่างๆ ในฝ่ายประชาธิปไตย จะช่วยคลี่คลายให้เราได้เห็นคำตอบต่างๆ ชัดเจนยิ่งขึ้น

การประท้วงของแรงงานและชาวนาที่ได้เคยเกิดขึ้นคือจุดเริ่มต้นที่ดีในการเคลื่อนไหวของมวลชนที่เป็นของมวลชนเองและจะเป็นรูปธรรมมากขึ้น การจัดตั้งองค์กรการเคลื่อนไหวของชนชั้นแรงงานคือก้าวแรกที่สำคัญในการโค่นล้มระบบที่ไม่เป็นธรรมและยังอยู่ในปัจจุบัน ประชาธิปไตย ความเสมอภาคทางชนชั้น สวัสดิการสังคม แท้จริงแล้วไม่จำเป็นเลยที่เราจะทำหน้าที่เพียงแค่เลือกพรรคการเมืองของนายทุนที่มีนโยบายนั้น แต่ชนชั้นกรรมาชีพนี่แหละที่มีพลังแฝงในการเปลี่ยนแปลงรูปแบบสังคมนายทุนให้เป็นสังคมของชนชั้นส่วนใหญ่ของสังคม

*****************************

ถ้าเห็นด้วยกับแนวทาง “องค์กรสังคมนิยมแรงงาน” เชิญสมัครสมาชิก https://forms.gle/2apcTWX7sB9YCVhU6