สภาปลดแอก-นักโทษการเมือง-กม.112-ชัชชาติฟีเวอร์

โดย กอง บ.ก.

“ขบวนการประธิปไตยพ่ายแพ้ แกนนำถูกจับ กม.112 ยังคงถูกใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง ชัชชาติคือที่พักพิง” นี่คือบทสรุปของกระแสการเมืองไทยในช่วงระยะสั้นๆ ที่ผ่านมา ซึ่งมีความสัมพันธ์ต่อกันอย่างแยกไม่ออก

กระแสการต่อสู้ซบเซา องค์กรหลวมๆ ที่เกิดขึ้นชั่วคราวจำนวนหนึ่งแตกฉานซ่านเซ็น ขบวนการประชาธิปไตยจะฟื้นตัวอย่างไรต้องพยายามสร้างข้อถกเถียงในเรื่องนี้ การพยายามก่อรูปองค์กรแนวร่วมใหม่ ท่ามกลางความพ่ายแพ้จะยากกว่าในช่วงกระแสการต่อสู้ขึ้นสูง

กม. 112 ยังคงเป็นเครื่องมือทางการเมืองเล่นงานผู้คนที่คิดเห็นต่างจากพวกเผด็จการ นักโทษการเมืองหลายคนที่พยายามสู้ต้องเผชิญหน้ากับความทุกข์ยากอยู่ในคุก การเรียกร้องปลดปล่อยนักโทษการเมืองยังเป็นภารกิจเฉพาะหน้าของคนที่ยังต้องการสู้อยู่ ของฝ่ายประชาธิปไตย

กระแสชัชชาติฟีเวอร์ เกิดขึ้นในช่วงกระแสการต่อสู้ตก นักกิจกรรมฝ่ายประชาธิปไตยจำนวนหนึ่ง ใช้การเลือกตั้งชัชชาติเพื่อตบหน้าฝ่ายเผด็จการ หลังขบวนการประชาธิปไตยถูกปราบ มันเป็นอาการคล้ายๆ กับการขึ้นมาของรัฐบาลยิ่งลักษณ์ แต่คนที่รักความเป็นธรรม รักประชาธิปไตย ต้องไม่หวังมากเกินไป เนื่องด้วยชัชชาติเป็นนักการเมืองเสรีนิยมที่มาจากผู้บริหารระดับสูงของอุตสาหกรรมพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ เขาจะไม่สร้างความเปลี่ยนแปลงใดๆ ทางโครงสร้างที่ไปกระทบกับผลประโยชน์ของโครงสร้างนายทุนแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นการขนส่งมวลชนฟรี ไม่ว่าจะเป็นที่พักอาศัยราคาถูกใกล้ที่ทำงาน ไม่ว่ารับลูกจ้างชั่วคราวให้เข้าทำงานถาวร และอื่นๆ ที่อำนาจผู้ว่าพึ่งมีในการให้สวัสดิการคนจน และการเก็บภาษีเพิ่มจากคนรวยมากๆ

หลังจากพักใจ เสริมกำลังใจ จากกระแสชัชชาติฟีเวอร์แล้ว ถึงเวลาที่ต้องคุยกันว่าจะฟื้นขบวนการต่อสู้ประชาธิปไตยอย่างไร ขบวนการที่เชื่อมประสานปัญหาปากท้อง ข้าวยากหมากแพง ค่าแรงไม่เพิ่ม เข้ากับปัญหาเสรีภาพของประชาธิปไตย ถ้าขบวนการประชาชนไม่คุยกันเรื่องนี้ มวลชนก็จะหันพรรคการเมืองกระแสหลัก ไม่ว่ะจะเป็นเพื่อไทย ก้าวไกล หรือแม้แต่ชัชชาติ ซึ่งสุดท้ายแล้ว เขาก็จะไม่เปลี่ยนแปลงโครงสร้างใดๆ มากนัก

องค์กรสังคมนิยมแรงงาน เคยเสนอองค์กรประชาธิปไตยกลุ่มต่างๆ ร่วมกันสร้าง “สภาปลดแอก” เพื่อเป็นองค์กรนำที่มีประชาธิปไตยภายใน เพื่อเป็นพื้นที่ถกเถียงแลกเปลี่ยนแนวทางการต่อสู้ เพื่อนำการต่อสู้ไปทิศทางเดียวกัน มีเอกภาพ

ปัจจุบัน “สภาปลดแอก” ยังคงเป็นแนวทาง แต่อาจจะต้องเริ่มชวนกันจากองค์กรที่เหลืออยู่ ที่ยังสู้อยู่ทำงานกับองค์กรเน้นงาน “มวลชน” เช่นกลุ่มที่ออกมาประท้วงให้ปลดปล่อยนักโทษการเมืองหลายพื้นที่ในกิจกรรมที่เรียกว่า “ยืนหยุดขัง”

การสร้าง “สภาปลดแอก” เป็นรูปแบบหนึ่งขององค์กรแนวร่วม ที่ไม่พยายามปิดปากการวิพากษ์วิจารณ์กัน มันจะเป็นพื้นที่ที่เสาะแสวงหาความร่วมมือบางอย่างที่เห็นตรงกัน โดยไม่พยายามทำลายความคิดเห็นอื่นที่แตกต่างกัน แต่มันจะมีประสิทธิภาพ ต้องเน้นการขยายสภาแบบนี้ไปทั่วทุกท้องที่ในระดับที่แตกต่างกัน ในลักษณะจากล่างสู่บน สภาท้องถิ่นจะเลือกผู้นำเพื่อเป็นผู้แทนในการร่วมมือกันกับท้องถิ่นอื่นๆ เป็นต้น

***********************

ถ้าเห็นด้วยกับแนวทาง “องค์กรสังคมนิยมแรงงาน” เชิญสมัครสมาชิก https://forms.gle/2apcTWX7sB9YCVhU6