เสรีภาพที่จะอดตาย เสรีภาพของทุนนิยม

โดย รุเธียร

ทุกวันนี้ คำว่าเสรีภาพ ประชาธิปไตย และระบบทุนนิยม แทบจะไม่สามารถแยกขาดออกจากกัน ในบริบททางประวัติศาสตร์ ความก้าวหน้าทางการผลิตที่สูงมากขึ้นไม่สามารถรองรับความสัมพันธ์ระหว่างชนชั้นเจ้าแผ่นดินและเลกไพร่ได้อีกต่อไป การมาถึงของชนชั้นใหม่คือชนชั้นกระฎุมพีและกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคลได้นำพาความรุ่งโรจน์ของเสรีภาพแห่งปัจเจกชนและพลิกโลกให้กลับหัวกลับหางจากการปกครองของชนชั้นศักดินามาเป็นการปกครองของชนชั้นนายทุน หากคุณต่อต้านทุนนิยมก็เท่ากับคุณเป็นปรปักษ์ต่อเสรีภาพและประชาธิปไตย “เสรีภาพไม่ใช่ของขวัญที่พวกเรามอบให้กับโลก แต่เป็นของขวัญที่พระผู้เป็นเจ้าประทานให้กับมนุษยชาติ” คือคำกล่าวของจอร์จ ดับเบิลยู บุช ประธานาธิบดีแห่งสหรัฐอเมริกา แต่เสรีภาพแบบไหนที่จักรวรรดินิยมอเมริกาซึ่งเป็นแม่แบบของเสรีนิยมประชาธิไตยและทุนนิยมโลกกำลังกล่าวถึง ถ้าหากเสรีภาพคือการมีสิทธิ์ในการกำหนดชะตาชีวิตให้แก่ตนเอง มนุษย์ควรมีอำนาจเลือกทางเดินของตนเองอย่างที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้โดยไม่ต้องถูกพันธนาการด้วยกรอบของสิ่งใด แล้วในระบบทุนนิยม มนุษย์มีเสรีภาพอย่างแท้จริงหรือเปล่า

ระบบทุนนิยมซึ่งวางรากฐานอยู่บนการแสวงหากำไรและการสะสมทุนอย่างไม่รู้จบแฝงฝังตัวอยู่ในคำประโลมหลอกเรื่องของตลาดเสรี ความสัมพันธ์ทางตลาดวางอยู่บนสมมติฐานว่าตลาดคือปริมณฑลที่ผู้ซื้อและผู้ขายมีเสรีภาพที่จะซื้อหรือขายสินค้าโดยไม่คำนึงถึงยศถาบรรดาศักดิ์หรือตำแหน่งแห่งที่ทางสังคม แต่คุณค่าของเสรีภาพนอกจากจะต้องครอบคลุมถึงความสามารถที่จะ “เลือก” ชีวิตของตนเองแล้ว ยังต้องรวมถึงอำนาจที่จะตั้งคำถามและปฏิเสธมันด้วย หากแต่ในความเป็นจริง แน่นอนว่าชนชั้นผู้มั่งคั่งสามารถที่จะไม่ทำงานหรือทำงานแล้วรับค่าแรงต่ำได้อย่างอิสระ แต่ชนชั้นกรรมาชีพที่ไร้กรรมสิทธิ์ ขาดปัจจัยอิสระในการยังชีพ พวกเขามีเสรีภาพขนาดไหนที่จะทำแบบนั้น ระบบทุนนิยมบีบบังคับให้ทุกคนต้องทำงานรับจ้างนายทุน เพราะปัจจัยการผลิตทั้งหมดอยู่ในกำมือของนายทุน ไม่ว่าจะพึงพอใจหรือไม่ก็ตาม สุดท้ายแล้วชนชั้นกรรมาชีพก็เหลือตัวเลือกอยู่แค่สองอย่าง คือถ้าไม่ทำงานก็อดตาย เสรีภาพคือของขวัญจากพระผู้เป็นเจ้าสำหรับชนชั้นผู้มีอันจะกิน แต่เสรีภาพแบบเดียวกันนั้นเองก็ผลักดันให้ผู้ไร้ทางสู้ติดอยู่ในปลักโคลนที่ตนเองไม่ได้เลือก “ชนชั้นนี้ได้ทำให้ศักดิ์ศรีของคนกลายเป็นมูลค่าแลกเปลี่ยน เอาเสรีภาพทางการค้าชนิดที่ไร้หิริโอตตัปปะเพียงอย่างเดียวมาแทนที่เสรีภาพอันมากมายเหลือคณนานับ” นี่ไม่อาจเรียกได้ว่าเป็นเสรีภาพอย่างแท้จริง ในโลกเสรีนิยม ความเสมอภาคอาจวางอยู่บนฐานของเสรีภาพ เพราะปัจเจกมีเสรีภาพที่จะ “ถูกบังคับให้” เลือก พวกเขาจึงมีความเสมอภาคเบื้องหน้าผลลัพธ์ที่ตามมา แต่ในโลกสังคมนิยมที่ยึดมั่นในศักยภาพของการรวมหมู่ เสรีภาพวางอยู่บนฐานของความเสมอภาค มนุษยชาติไม่อาจมีเสรีภาพอย่างแท้จริงได้ หากปราศจากความเสมอภาค และความเสมอภาคก็ไม่อาจเกิดขึ้นได้เลยภายใต้ระบบทุนนิยมและการคงอยู่ของกรรมสิทธิ์ส่วนบุคคล

พร้อม ๆ กันกับที่ตลาดเสรีไม่อาจไปต่อได้หากปราศจากรัฐของนายทุนภายใต้หน้ากากของเสรีนิยมประชาธิปไตย และทั้ง ๆ ที่พวกมันกำลังขุดหลุมฝังศพให้ตัวเองอยู่นั้น แต่ทุกวันนี้ ทุนนิยมและเสรีนิยมประชาธิปไตยกลับทำตัวประหนึ่งว่าประวัติศาสตร์โลกเดินทางมาถึงกาลอวสาน ไม่มีคำตอบอื่นนอกจากมัน เป้าหมายของสังคมนิยมจึงเป็นการแสวงหาโลกใบใหม่ที่เป็นไปได้ โลกใบใหม่ที่ต่างออกไป เพื่อให้มนุษย์ได้บรรลุถึงอิสรภาพในความหมายที่ตรงตามตัวอักษรอย่างแท้จริง

********************************

ถ้าเห็นด้วยกับแนวทาง “องค์กรสังคมนิยมแรงงาน” เชิญสมัครสมาชิก https://forms.gle/2apcTWX7sB9YCVhU6