กรรมาชีพกับขบวนการสรรค์สร้างสังคมใหม่

โดย นิค เรนเจอร์

ปรากฎการณ์การใช้อำนาจแห่งรัฐล้อมปราบชาวบ้านกลุ่มเกษตรสรรค์สร้างสังคมใหม่ เมื่อวันที่ 20 กรกฎาคมที่ผ่านมา เริ่มมาจากการชุมนุมเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบพื้นที่สวนปาล์มน้ำมันของบริษัทไทยอุตสาหกรรมน้ำมันปาล์มจำกัด ตำบลปลายพระยา อำเภอปลายพระยา จังหวัดกระบี่ กลุ่มเกษตรสรรค์สร้างสังคมใหม่นั้นก่อตั้งขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2546 มีเป้าหมายหลักคือ “ เรียกร้องให้ตรวจสอบที่ดินที่ขาดสัญญาเช่า ผิดเงื่อนไขสัมปทาน และบุกรุกพื้นที่ของรัฐ ” โดยเรียกร้องให้รัฐดำเนินการนำที่ดินทั้ง 3 ประเภท มาดำเนินการจัดสรรที่ดินทำกินให้กับเกษตรกรที่ไม่มีที่ดินทำกิน หรือมีที่ดินทำกินไม่เพียงพอในพื้นที่ภาคใต้

“กลุ่มของเรายังคงปักหลักที่เดิมและจะไม่เคลื่อนย้ายไปไหนจนกว่ากระบวนการตรวจสอบข้อเท็จจริงตามข้อเรียกร้องของเราเสร็จสิ้น ซึ่งตอนนี้เห็นได้ชัดเจนว่าเจ้าหน้าที่รัฐทำงานรับใช้นายทุนและใช้กำลังกับชาวบ้านเป็นความไม่ยุติธรรมที่เกิดขึ้นในตอนนี้ ” นายโยคินธ์ คำวงศ์ แกนนำกลุ่มเกษตรสรรค์สร้างสังคมใหม่กล่าว

สิ่งที่น่าสนใจในขบวนการเคลื่อนไหวนี้เห็นได้ว่า สมาชิกกลุ่มเกษตรสรรค์สร้างสังคมใหม่ยืนหยัดอย่างไร้ซึ่งความกลัว นิ่งพร้อมเผชิญหน้ากับความไม่ถูกต้อง กระบวนการบ่มเพาะด้วยการให้การศึกษาในแนวทางต่อสู้ผ่านการปฏิบัติจริงในสถานะการณ์เรียกร้องต่างๆทั้งเชิงปัจเจกและกลุ่มเครือข่ายประเด็นโดยเฉพาะปัญหาเรื่องที่ดิน จนกระทั่งยกระดับก่อรูปสร้างกลุ่มและมีเข็มมุ่งเบ้าหลอมเดียวกัน หลายคนเป็นนักจัดตั้งทางความคิดที่น่าสนใจ เริ่มต้นจากสร้างวินัยความรับผิดชอบตามภารกิจกิจกรรมเล็กๆ อย่างเช่น การแบ่งหน้าที่จัดการโรงครัว การจัดเสบียงและทรัพยากรต่างๆ จัดหน่วยย่อยเพื่อเตรียมความพร้อมอยู่เสมอ บทบาทหญิงชายที่เน้นการสลับภารกิจแทนกันได้โดยเฉพาะการเป็นการ์ด(Guard)เฝ้าระวังในแต่ละช่วงเวลารอบพื้นที่ นั้นถือเป็นขั้นพื้นฐานสำหรับนักเคลื่อนไหว ตามแนวคิด “ลัทธิมากซ์” โดยมองปรากฎการณ์ที่ปรากฏอยู่จริงจนสามารถนำไปปรับรับใช้สังคมกรรมาชีพส่วนรวมได้

ดังนั้น เรานักสังคมนิยมต้องมีความทันสมัยอย่างสมาชิกในกลุ่มเกษตรสรรค์สร้างสังคมใหม่มีวงสนทนาเพื่อนำข้อมูลข้อเท็จจริงอัพเดทข่าวสารมาคุยกันในวงกาแฟทุกเช้ากลายเป็นกิจวัตรประจำวัน ตลอดจนประเมินสถานการณ์ฝั่งตรงข้ามทั้งฝ่ายบริษัท หน่วยงานภาครัฐ และยอมรับความแปลงเปลี่ยนในช่วงเวลาที่ผ่านมาแล้วด้วยการสรุปบทเรียน ถอดข้อค้นพบเพื่อพัฒนาแนวทางเคลื่อนไหวต่อ

จากต้นทุนเดิมที่ใช้ยุทธวิธีแบบเดิมต่อรองเปิดโต๊ะเจรจาแต่ไม่มีความคืบหน้าจาก 1 ครั้ง 2 ครั้ง 3 ครั้งก็สรุปตามข้อเสนอที่เรียกร้องไม่ได้ นั้นเป็นสิ่งเก่าที่คร่ำครึเป็นเพียงฐานคิดเท่านั้น จึงต้องปรับเปลี่ยนวิธีการอย่างที่กลุ่มใช้เป็นการเคลื่อนไหวเข้ายึดพื้นที่ขยายเพิ่มขึ้นจึงเป็นความสอดคล้องเชิงความสัมพันธ์ที่มีความจำเป็นท่ามกลางสถานการณ์ที่เกิดขึ้นจริง อีกนัยหนึ่งถือเป็นการเพิ่มพลังการต่อรองให้กับฝ่ายประชาชนทั้งเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณได้เหมือนกัน สรุปนักสังคมนิยมที่ขาดการพัฒนาจึงไม่สามารถวิเคราะห์และออกแบบการแก้ไขปัญหาที่แท้จริงนั้นได้ เพราะการเคลื่อนไหวต่อสู้นั้นมีอยู่ตลอดเวลาไม่สามารถสิ้นสุดได้เช่นกัน

***********************

ถ้าเห็นด้วยกับแนวทาง “องค์กรสังคมนิยมแรงงาน” เชิญสมัครสมาชิก https://forms.gle/2apcTWX7sB9YCVhU6


Advertisement