ตอบข้อวิจารณ์สังคมนิยมที่เรามักได้ยิน ตอนที่ 2

โดย ทาเคโอะ ยูกิ

ตอบข้อวิจารณ์สังคมนิยมที่เรามักได้ยิน ตอนที่ 1

เมื่อฉบับเดือนที่แล้ว เราได้ตีพิมพ์การตอบข้อวิจารณ์สังคมนิยม แต่เนื่องจากพวกนักวิจารณ์สังคมนิยม ซึ่งส่วนใหญ่ถ้าไม่ใช่พวกเสรีนิยมก็เป็นพวกที่ไม่เข้าใจสังคมนิยมและมักวาดภาพว่าสังคมนิยมเป็นเรื่องเพ้อฝันและจดจำสิ่งที่เกิดขึ้นในยุคสตาลิน คราวที่แล้วในฉบับเดือนกันยายนเราได้ตอบข้อวิจารณ์ไป 6 ข้อ ในฉบับเดือนตุลาคมนี้เราจะตอบให้คลุมมากที่สุด

7.”กรรมาชีพกำลังหายไปในโลกสมัยใหม่และกรรมาชีพอ่อนแอ“ จำนวนคนที่เป็นลูกจ้างในระบบเศรษฐกิจสมัยใหม่ทั่วโลกกำลังเพิ่มขึ้นตลอดเวลาไม่ใช่ว่าลดลงแต่อย่างใดและขณะเดียวกันหน้าที่การงานของลูกจ้างกันกรรมาชีพก็เปลี่ยนไปตามการพัฒนาของทุนนิยมในประเทศพัฒนา กรรมาชีพในภาคบริการ เช่น ธนาคาร การขนส่ง การศึกษา ระบบสาธารณสุข หรือการสื่อสาร อาจเพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับกรรมาชีพในโรงงานอุตสาหกรรม แต่นั่นไม่ได้หมายความว่ากรรมาชีพหายไปหรืออ่อนแอลงแต่อย่างใด กรรมาชีพเป็นผู้ทำงานในระบบทุนนิยมถ้าไม่มีกรรมาชีพจะไม่มีการผลิตอะไรทั้งสิ้นและจะไม่มีการบริการใดๆ การแบ่งแยกประชากรในสังคมเป็นชนชั้นมีความสำคัญต่อการวิเคราะห์อำนาจความเชื่อสภาพความเป็นอยู่และผลประโยชน์ของกลุ่มต่างๆ ดังนั้น การวิเคราะห์ปัญหาสังคมจากมุมมองชนชั้นเป็นการวิเคราะห์ที่มีพลัง

8.”มาร์กซิสต์บูชาอุตสาหกรรม ไม่สามารถแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมได้” นักมาร์กซิตส์เข้าใจดีว่า ในระบบทุนไม่มีการบริหารจัดการเศรษฐกิจด้วยเหตุผลและปัญญา มีแต่การเร่งการผลิตเพื่อสะสมและกอบโกยผลประโยชน์เฉพาะหน้าโดยนายทุนเท่านั้น วิธีแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมไม่ใช่การถอยหลังไปสู่ยุคแห่งความยากจนก่อนทุนนิยม แต่เราต้องเข้ามาร่วมกันบริหารพลังการผลิตของทุนนิยมเพื่อมนุษย์ทั้งโลกแทน และเพื่อให้มีการผลิตแบบยั่งยืน ปัญหาสำคัญของทุนนิยมและกลไกตลาดคือ การบริหารอยู่ในมือคนส่วนน้อย มีการแข่งขันแบบที่ไร้การวางแผนและในการคิดบัญชีกำไรขาดทุน ไม่มีการพิจารณาคุณของโลกธรรมชาติเลย

9.ทฤษฎีมาร์กซิสต์เป็นมหาวาทกรรมเพื่อควบคุมเราไม่ให้คิดเองเป็น อันนี้เป็นคำพูดเหลวไหลของพวก “โพสต์โมเดิร์น” ที่เคยผิดหวังในแนวสตาลิน-เหมา แล้วอ้างว่าตนเองหันไปปฎิเสธทุกทฤษฎี แต่ในความเป็นจริงพวกนี้ได้แต่ปลดแอกสมองตนเอง ไม่สามารถทำอะไรอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อเปลี่ยนแปลงโลกได้ วิธีที่จะจัดการกับการใช้ทฤษฎีแบบ” เผด็จการสั่งลงม” คือการถกเถียงอย่างเสรีด้วยเหตุผลจากโลกจริงและการกำจัดระบบเผด็จการทุกรูปแบบ

10.มันเป็นความคิดของนักวิชาการ “หอคอยงาช้าง” “พวกห้องแอร์” “พวกหนอนหนังสือ” เราควรลงมือปฎิบัติมากกว่า ไม่มีใครในโลกที่ออกไปปฎิบัติได้โดยไม่อาศัยทฤษฎีหรือความคิดเลย คนที่ปฎิเสธแนวคิดมาร์กซิสต์ในการปฎิบัติ เช่น เอ็นจีโอ แค่หันไปรับแนวคิดและทฤษฎีของอำมาตย์หรือนายทุนมาใช้แทนเท่านั้น แต่ประกาศว่าไม่สนใจ ทฤษฎีไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร แน่นอนมีนักวิชาการหอคอยงาช้างที่พูดเขียนอย่างเดียวและไม่ออกไปเคลื่อนไหวหรือจัดตั้งพรรคเลย มาร์กซ์เคยวิจารณ์คนแบบนี้โดยเสนอว่า”นักปรัชญาเพียงแต่วิเคราะห์โลกในแง่ต่าง ๆ แต่ประเด็นหลักคือการเปลี่ยนแปลงโลก” นักมาร์กซิสต์ไม่ใช่พวก”มาร์กซิสต์วิชาการ” เพราะเรามองว่ามนุษย์ทุกคนเป็นปัญญาชนได้

11.”มันเป็นความคิดของคนที่หัวรุนแรง” ในโลกทุนนิยม คนที่มองต่างจากกระแสหลักมันถูกป้ายสีว่า “หัวรุนแรง” ในยุคเผด็จการ คนเสื้อแดงที่เรียกร้องประชาธิปไตยด้วยมือเปล่าถูกตราหน้าว่าเป็น ผู้ก่อการร้าย ในขณะที่ทหารผู้ยิงประชาชนเป็นผู้ปกป้องความสงบ คนหนุ่มสาวที่พูดเรื่อง ม.112 คือผู้สร้างความแตกแยกในสังคม นักมาร์กซิสต์ไม่ได้ก่อสงครามไม่ได้ทิ้งระเบิด ไม่ได้เข่นฆ่าประชาชนด้วยมือเปล่าที่ออกมาเรียกร้องประชาธิปไตย ไม่ได้ทำรัฐประหารเพื่อทำลายประชาธิปไตย ไม่ได้ทำลายชีวิตคนจนทั่วโลกด้วยการกดขี่ขูดรีด และไม่ได้เป็นคนที่นำมนุษย์คนอื่นมาเป็นทาส ตรงกันข้ามเราพยายามกำจัดความรุนแรงป่าเถื่อนดังกล่าวจากโลก แต่แน่นอนว่าชนชั้นปกครองคงไม่ยอมอะไรง่ายๆ เราก็ต้องรู้จักป้องกันตัวจากความรุนแรงของทุน ซึ่งแปลว่ามวลขนใช้สันติวิธีตลอดไปในทุกกรณีไม่ได้

12.”สังคมนิยมไม่มีในโลกจริง” ใช่ มนุษย์อยู่ในยุคที่ยังพยายามต่อสู้เพื่อสร้างสังคมนิยม บางครั้งเดินหน้า บางครั้งถอยหลัง เพียงแต่มันหมายความว่า สังคมนิยมคืออนาคตของมนุษย์ ในยุคอดีตเวลาคนฝันถึงประชาธิปไตยหรือการเลิกทาส ก็จะมีคนพูดว่ามันเป็นไปไม่ได้เพราะไม่มีสังคมไหนเป็นจริงอย่างนั้น แต่ทุกสังคมย่อมมีการเปลี่ยนแปลง

***************************

ถ้าเห็นด้วยกับแนวทาง “องค์กรสังคมนิยมแรงงาน” เชิญสมัครสมาชิก https://forms.gle/2apcTWX7sB9YCVhU6




Advertisement