รถยนต์ไร้คนขับเป็นอนาคตของมนุษยชาติจริงหรือ?

โดย แพรพลอย

เมื่อวันที่ 12 กันยายน 2022 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวภายหลังเป็นประธานประชุมคณะผู้บริหารกรุงเทพ ครั้งที่ 20/2565 ว่า “เราต้องยอมรับว่าฝนตกหนักขึ้นจากสภาวะโลกร้อน และกำลังท่อระบายน้ำที่มีอยู่อาจไม่พอ ซึ่งเหตุการณ์เกิดขึ้นทั่วโลก ต้องวางแผนเพราะอุโมงค์อย่างเดียวไม่ตอบโจทย์เพราะฝนตกหลายที่ ไม่ได้ตกที่อุโมงค์”

ในปีเดียวกันนี้เองจีน ยุโรป อเมริกา แคนาดา และแอฟริกาก็ประสบกับภัยปัญหาภัยแล้งที่ทั้งรุนแรงและยาวนาน ปัญหาโลกร้อนเป็นเรื่องที่มีการพูดถึงทั่วโลก ทุกคนรู้ว่าเราต้องลดการปล่อยมลพิษ ต้องลดการใช้ทรัพยากรน้ำมัน แต่ทว่ากลับยังไม่มีประเทศใดบนโลกที่ลงมือแก้ไขปัญหานี้อย่างจริงจัง ที่น่ากังวลมากไปกว่านั้นในปี 2021 จากการรายงานของสำนักข่าวเดอะการ์เดียน (The guardian) อุตสาหกรรมเชื้อเพลิงฟอสซิลได้รับเงินสนับสนุนจากไอเอ็มเอฟ (IMF) สูงถึง 11 ล้านดอลลาร์สหรัฐต่อนาที

จากการรายงานของอาวเวอร์เวิร์ลอินดาต้า (Our world in data) ในปี 2020 มลพิษที่ถูกปล่อยออกมาจากภาคการขนส่งคิดเป็น 16.2% ของปริมาณมลพิษที่ถูกปล่อยออกมาทั่วโลก หนึ่งในวิธีการลดปริมาณการปล่อยมลพิษที่มีการพูดถึงกันอย่างแพร่หลายคือการเปลี่ยนมาใช้รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ซึ่งในปัจจุบันการลงทุนในอุตสาหกรรมดังกล่าวมีขนาดใหญ่มากทั้งจากภาครัฐและเอกชน

แต่ทว่าอุตสาหกรรมแร่ลิเทียมซึ่งเป็นวัตถุดิบหลักในการผลิตแบตเตอรี่กลับโตไม่ทันขนาดอุตสาหกรรมรถยนต์ไฟฟ้า ธนาคารเครดิตสวิสคาดการณ์ว่าความต้องการแร่ลิเทียมในปี 2022 จะอยู่ที่ 689,000 ตัน และปี 2023 จะอยู่ที่ 902,000 ตัน ในขณะที่ปริมาณแร่ลิเทียมที่ผลิตได้บนโลกในปี 2022 อยู่ที่ 588,000 ตัน และปี 2023 อยู่ที่ 736,000 ตัน และด้วยเหตุนี้ภายในระยะเวลาเพียงแค่ปีเดียวระหว่างปี 2021 ถึง 2022 ราคาแร่ลิเทียมพุ่งสูงถึง 432% จนกระทั่งในเดือนเมษายนปีนี้รัฐบาลเม็กซิโกซึ่งเป็นประเทศที่มีทรัพยากรลิเทียมตัดสินใจเข้าควบคุมเป็นเจ้าของอุตสาหกรรมลิเทียมในประเทศ ราคาแบตเตอรี่ที่สูงขึ้นนี้จะทำให้ราคารถยนต์ไฟฟ้าสูงขึ้นตามไปด้วย แล้วเมื่อไรรถยนต์ไฟฟ้าจะลงวิ่งเต็มท้องถนนตามความฝันของนายทุนและรัฐบาลเสรีนิยม เมื่อในปัจจุบันชนชั้นแรงงานที่สวมหัวโขนผู้บริโภคทำงานได้เงินจากนายทุนเดือนชนเดือนและกำลังพยายามเอาตัวรอดจากภาวะเงินเฟ้อ เช่น ตามการรายงานของสำนักข่าวซีเอ็นบีซี (CNBC) ด้วยค่าแรงขั้นต่ำปัจจุบันในนิวยอร์ก ชาวนิวยอร์กจำเป็นต้องทำงานมากถึง 100 ชั่วโมงต่อสัปดาห์เพื่อให้มีเงินเพียงพอจ่ายค่าเช่าบ้านแบบห้องนอนเดียว

นอกจากรถยนต์ไฟฟ้าที่มีคนขับแล้ว ปัจจุบันก็ยังมีการพูดถึงรถยนต์ไร้คนขับที่เป็นอนาคตของรถยนต์ไฟฟ้าอย่างแพร่หลายไม่แพ้กัน ข้อดีของรถยนต์ไร้คนขับที่มีการพูดถึงอยู่เสมอนอกจากจะปล่อยมลพิษน้อยแล้ว ยังจะสามารถช่วยลดจำนวนอุบัติเหตุ มีความปลอดภัยมากกว่ารถที่มนุษย์เป็นผู้ควบคุม และจะช่วยแก้ปัญหารถติด

ในเรื่องของความปลอดภัย รถยนต์ไร้คนขับจำเป็นต้องมีเซนเซอร์ กล้องตรวจจับใบหน้า และโครงข่ายประสาทเทียมรถยนต์เพื่อประมวลผล เช่นในกรณีของวอลโว (Volvo) ที่กล้องตรวจจับใบหน้าและระบบเอไอ (AI) จะส่งสัญญาณเตือนเมื่อตรวจจับได้ว่าคนขับเลิกจ้องมองถนนเป็นเวลานาน หรือหยุดรถเมื่อระบบตรวจจับได้ว่าคนขับอยู่ในสภาวะมึนเมา ตามการรายงานของนิตยสารข่าวจาโคบิน (Jacobin) ในการทดสอบรถยนต์ไร้คนขับโดยใช้นักขับรถมืออาชีพของหลายบริษัท ในบางการทดสอบมีคนขับนั่งในรถด้วยถึงสองคน พบว่าเมื่อคนขับผล่อยหลับ แม้ว่าจะได้รับการปลุกจากสัญญาณแจ้งเตือนในรถ แต่ก็จำเป็นต้องใช้เวลาโดยเฉลี่ยมากกว่า 45 วินาทีในการฟื้นคืนสติที่พร้อมแก้ไขสถานการ์ณตรงหน้า ซึ่งเป็นระยะเวลาที่นานเกินไปในการป้องกันอุบัติเหตุ

นอกจากนี้ในปี 2018 รถยนต์ไร้คนขับของอูเบอร์ (Uber) ที่พัฒนาร่วมกับวอลโวเกิดเหตุขัดข้องขณะทดลองระบบ ชนคนข้ามถนนเสียชีวิตเป็นครั้งแรกขณะเปิดโหมดขับเคลื่อนอัตโนมัติ แต่ทว่าคนที่ต้องเข้าคุกไม่ใช่วิศวกรที่พัฒนาระบบหรือเจ้าของบริษัท แต่เป็นนางราฟาเอลา บัซเกซพนักงานที่ทำหน้าที่ควบคุมการทดลองรถยนต์ในวันนั้น

ข้อดีของรถยนต์ไร้คนขับทั้งหมดที่กล่าวมา ไม่ว่าจะเป็นลดการปล่อยมลพิษหรือลดจำนวนอุบัติเหตุ เป็นสิ่งที่ระบบขนส่งสาธารณะสามารถทำได้เหมือนกัน แทนที่จะลงทุนในอุตสาหกรรมรถยนต์ส่วนบุคคลไฟฟ้า รัฐควรหันมาลงทุนปรับปรุงและพัฒนาโครงข่ายขนส่งสาธารณะให้มีประสิทธิภาพ ครอบคลุมทั่วถึง และฟรีแทน

ยกตัวอย่างล่าสุดเมื่อฤดูร้อนที่ผ่านมา เยอรมนีได้ทำการทดลองลดราคาค่าโดยสารรถไฟในประเทศลงเหลือ 9 ยูโรต่อเดือนตลอดสาย และพบว่าในเดือนมิถุนายนที่เริ่มใช้นโยบายนี้เป็นครั้งแรกปริมาณมลพิษทางอากาศลดลงถึง 6% ความแออัดทางการจราจรลดลงใน 12 เมืองจาก 14 เมืองที่มีการศึกษา งานวิจัยหนึ่งของมหาวิทยาลัยฮัมบูร์กเปิดเผยว่านโยบายนี้ให้ประโยชน์ทางด้านความเป็นธรรมทางสังคม ตั๋ว 9 ยูโรช่วยให้คนยากจนที่สุดสามารถเดินทางได้อย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน เช่น ปีนี้ในเกาะซูลท์ (Sylt) สถานที่พักตากอากาศของคนรวยทางตอนเหนือของเยอรมนีมีนักท่องเที่ยวเพิ่มมากขึ้น นิตยสารข่าวเยอรมันแดร์สปีเกิล (Der Spiegel) รายงานเมื่อวันที่ 4 มิถุนายนว่าเกาะซูลท์กลายเป็นสถานที่จัดงานปาร์ตี้ของกลุ่มคนที่ชื่นชอบแต่งตัวแนวพังค์ (Punk) ซึ่งเป็นผลจากนโยบายตั๋วราคาถูกของรัฐบาล

ในปี 1999 เมืองปอนเตเบดรา (Pontevedra) ทางตะวันตกเฉียงเหนือของสเปนตัดสินใจแบนรถยนต์ส่วนใหญ่ในเมืองและอนุญาตให้เฉพาะ “ยานพาหนะที่จำเป็น” เท่านั้นเข้ามาได้ รวมถึงมีการกำหนดความเร็วของรถยนต์ที่ขับได้ในเมืองให้อยู่ที่ 30 กิโลเมตรต่อชั่วโมง และ 10 กิโลเมตรต่อชั่วโมงในส่วนเมืองชั้นในที่มีคนอยู่หนาแน่น เปลี่ยนถนนให้กลับมาเป็นของคนอีกครั้ง จากวันนั้นจนถึงวันนี้ครั้งสุดท้ายที่มีคนเสียชีวิตจากอุบัติเหตุรถชนในเมืองคือปี 2011 ปริมาณการปล่อยมลพิษของคนในเมืองลดลงเหลือครึ่งตันต่อคนต่อปี รัฐบาลสเปนกำลังดำเนินการปรับใช้นโยบายนี้กับอีก 147 เมืองทั่วประเทศ โดยในกฎหมายว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่ออกมาในปี 2021 ระบุให้เมืองที่มีประชากรมากกว่า 50,000 คน ยกเว้นมาดริดและบาเซโลนาต้องจัดทำพื้นที่ปลอดรถยนต์ แต่ปัจจุบันรัฐบาลสเปนกำลังประสบกับปัญหาการตอบรับนโยบายล่าช้าจากสภาเมืองต่าง ๆ

นอกจากนี้คนขับรถขนส่งสาธารณะควรได้รับค่าจ้างที่เป็นธรรมเพียงพอต่อการดำรงชีวิต บังคับใช้กฎเกณฑ์ด้านสุขภาพและความปลอดภัยอย่างเข้มงวด โดยเฉพาะกับคนขับรถทางไกล

ทำไมเราต้องรอรถยนต์ไร้คนขับจากนายทุนสายเทคโนโลยี ในเมื่อเวลานั่งรถเมล์หรือไฟฟ้ากลับบ้านเราจะเมาเท่าไรก็ได้ ทำไมเราไม่หันมามุ่งเน้นพัฒนาสิ่งที่มีอยู่แล้วอย่างรถไฟ รถราง หรือรถเมล์ที่จุคนได้มากกว่าให้ดีและปล่อยมลพิษน้อย สร้างพื้นที่ปลอดรถยนต์ให้ได้มากที่สุด สร้างโครงข่ายขนส่งสาธารณะให้แผ่ขยายกว้างไกลและครอบคลุมพื้นที่ให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ ประชาชนผู้เสียภาษีทุกคนควรมีสิทธิได้ใช้ขนส่งสาธารณะที่เข้าถึงง่าย ปลอดภัย ตรงต่อเวลา มีประสิทธิภาพ และที่สำคัญต้องฟรี

รูปภาพ นิตยสารฟอร์บ


ถ้าเห็นด้วยกับแนวทาง “องค์กรสังคมนิยมแรงงาน” เชิญสมัครสมาชิก https://forms.gle/2apcTWX7sB9YCVhU6