Design a site like this with WordPress.com
เริ่มได้

สร้างองค์กรมวลชนนอกสภา ท่ามกลางการไหลสู่การเลือกตั้ง

โดย กองบรรณาธิการ

ท่ามกลางกระแสการต่อสู้ของมวลชนที่ตกต่ำหรืออาจจะเรียกว่าพ่ายแพ้ก็ไม่น่าผิดนัก นักต่อสู้ทางการเมืองที่ยังมีจิตใจสู้ต่อ จำนวนหนึ่งเลือกเปลี่ยนวิธีการต่อสู้หันเข้าทำแนวร่วมกับพรรคการเมืองเสรีนิยมปฏิรูปอย่างพรรคก้าวไกล หรือไม่ก็พรรคเสรีนิยมที่ให้ประโยชน์กับคนจนบ้างอย่างพรรคเพื่อไทย เช่น โตโต้ ปิยรัฐ จงเทพ อดีตแกนนำ วีวอเลนเทียร์ (WeVolunteer) ได้ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. กทม. เขตบางนา พระขโนง ครูใหญ่ อรรถพล บัวพัฒน์ ลงสมัครรับเลือกตั้ง ส.ส. จังหวัดขอนแก่น โดยทั้งสองได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคก้าวไกล และจ่านิว ได้สมัครเป็นสมาชิกพรรคเพื่อไทย

สำหรับพรรคก้าวไกล ซึ่งในอดีตมาจากพรรคอนาคตใหม่ ได้เคยออกมาท้าทายวัฒนธรรมอนุรักษ์นิยมและขยายพื้นที่การถกเถียงทางการเมือง จนเป็นที่นิยมของคนหนุ่มสาวและเป็นกระแสแพร่หลายในช่วง 2561-2562 ปัจจุบัน พรรคก้าวไกลยังคงมีความนิยมในหมู่คนหนุ่มสาว ผู้นำแรงงาน ฝ่ายซ้ายรวมถึงนักพัฒนาเอกชนได้เข้าร่วมพรรคก้าวไกลด้วยความหวังว่าจะสามารถผลักดันนโยบายก้าวหน้าในพรรคได้ แต่พรรคก้าวไกลเองมีจุดยืนชนชั้นนายทุน และเป็นที่นิยมของผู้ประกอบการรายย่อย โดยพรรคสนับสนุนให้มีการแข่งขันอย่าง “เป็นธรรม”

ส่วนพรรคเพื่อไทย เป็นพรรคเสรีนิยมที่ใช้นโยบายแบบเคนส์และเสรีนิยมใหม่คู่กัน เพื่อกู้เศรษฐกิจหลังวิกฤติปี 40 นโยบายเคสน์เน้นการลงทุนภาครัฐเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจและเอาใจคน เช่น ประกันสุขภาพทั่วหน้า พักหนี้เกษตรกร กองทุนหมู่บ้าน ค่าจ้าง 300 บาททั่วประเทศ เป็นต้น อีกส่วนเรียกใช้นโยบายเสรีนิยมใหม่ เน้นการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ทำข้อตกลงการค้าเสรี และที่ร้ายแรงกว่านั้น นโยบายปราบยาเสพติดกระตุ้นให้มีการฆ่าตัดตอนโดยไม่ผ่านกระบวนการยุติธรรมหลายพันคน และหลายกรณีมีข้อสงสัยว่าเจ้าหน้าที่รัฐมีส่วนเกี่ยวข้อง รวมถึงนโยบายแก้ไขปัญหาภาคใต้ที่เน้นการทหารนำการเมือง จนทำให้คนตายเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นเหตุการณ์ในกรือเซะ ตากใบ และยังแช่แข็งมวลชนเสื้อแดง ให้เหลือเพียงแค่รอลงคะแนนเลือกตั้ง ทำให้ขาดมวลชนในการต่อต้านรัฐประหาร และล่าสุด การประกาศนโยบายเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำเป็น 600 บาท แต่จะค่อยๆ เพิ่มจนถึงปี 2570 ซึ่งสะท้อนถึงความไม่จริงใจในการสร้างหลักประกันแก่ชนชั้นแรงงาน

อย่างไรก็ตาม การเลือกตั้งและกลไกรัฐสภานั้นถูกออกแบบโดยเผด็จการทหารอย่างรัฐธรรมนูญ 2560 ที่ได้มาด้วยการปิดปากประชาชน และอำนาจของ ส.ว. 250 เสียง ซึ่งมาจากการแต่งตั้งของแนวร่วมเผด็จการ ทำให้พรรคฝ่ายค้านไม่สามารถทำอะไรได้เท่าที่ควร แน่นอนว่าการต่อสู้ในกรอบรัฐสภาทุนนิยมในบางครั้ง อาจเป็นเรื่องจำเป็นท่ามกลางกระแสการต่อสู้ตกต่ำ มันเป็นทางเลือกหนึ่งในการขยายอุดมการณ์ทางการเมือง รณรงค์ทางการเมือง ปลุกระดมทางการเมือง ดังที่เลนินเคยใช้ในบางครั้งท่ามกลางขบวนการต่อสู้ถูกปราบ โดยเขากล่าวไว้ว่า “บางครั้งนักปฏิวัติก็ต้องทนทำงานในคอกหมู”

แต่ข้อเสนอของเลนิน ไม่ใช้สลายตัวเองเขัาไปร่วมกับพรรคเสรีนิยม ที่นักกิจกรรมรุ่นใหม่ หรือผู้นำแรงงานฝ่ายซ้ายกำลังทำอยู่ในพรรคก้าวไกล เลนิน ยังคงทำงานนอกสภา สร้างพรรคมวลชนเคลือนไหวนอกสภา แต่บางครั้งก็อาจจะลงเลือกตั้งบ้าง เพื่อใช้เป็นพื้นที่รณรงค์นโยบายทางการเมือง องค์กรสังคมนิยมแรงงานเข้าใจเจตนาดีของนักสู้ที่ยังอยากสู้ แต่ไม่มีทางเลือกมากนักในปัจจุบัน เนื่องจากขบวนการหลวมๆ ที่ถูกสร้างขึ้นชั่วคราวท่ามกลางกระแสการต่อสู้ขึ้นสูงสลายตัวไปหมดแล้ว แต่เราจะทิ้งบทเรียนสำคัญอันนี้ไปง่ายๆ อย่างนั้นหรือ นักต่อสู้จำเป็นต้องถกเถียงกันถึงความพ่ายแพ้ในอดีตเพื่อรื้อฟื้นการต่อสู้ใหม่ โดยเฉพาะการสร้างพรรคหรือองค์กรมวลชนฝ่ายซ้าย ไม่หาทางลัดหวังพึ่งพรรคนายทุน พรรคแนวเสรีนิยม ที่ไม่ได้ให้ประโยชน์จริงต่อคนจน นอกจากเศษเนื้อบ้างในบางครั้ง


ถ้าเห็นด้วยกับแนวทาง “องค์กรสังคมนิยมแรงงาน” เชิญสมัครสมาชิก https://forms.gle/2apcTWX7sB9YCVhU6

Advertisement
%d bloggers like this: