Design a site like this with WordPress.com
เริ่มได้

การเมืองห่างไกลจากตัวเราจริงหรือ?

โดย จันทร์ฉาย ปลายฟ้า

ในเวลาที่ผ่านมาเราได้เห็นการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนหัวก้าวหน้า ทั้งนักเรียนนักศึกษา และแรงงาน ออกมาเรียกร้องถึงสิทธิเสรีภาพของตนและในฐานะที่เราเคยเจอมาเหมือนกันคือ การด้อยค่าการเมือง หรือคนในสังคมหลายคนจะคิดว่าการเมืองเป็นเรื่องไกลตัว เป็นเรื่องที่ไม่ควรยุ่งหรือกระทั่งเป็นเรื่องไร้สาระ ซึ่งการคิดแบบนั้นถือว่าเพิกเฉยและไร้จิตสำนึกต่อสังคม ปัญหาหลายอย่างมากมาย เช่นไวรัสโควิด-19 ที่เราเผชิญกันอยู่นั้น ก็ได้มีการนำไปอภิปรายในสภาถึงผลกระทบต่างๆ ซึ่งเห็นได้ว่าเรื่องการเมืองไม่ใช่เรื่องไกลตัว

รัฐสมัยใหม่ถือว่าเป็นรัฐที่ยุ่งเกี่ยวและแทรกแซงชีวิตของเรามากที่สุดตั้งแต่เกิดจนเราสิ้นลมหายใจทำให้พื้นที่ระหว่างภายในและภายนอกการเมืองนั้นไร้ความหมาย และพยายามบอกกับพวกเรา อย่าไปยุ่งกับการเมือง เพราะมันเป็นเรื่องสกปรก และเป็นเรื่องของผู้ใหญ่ แต่นักมาร์กซิสต์กลับมองว่า กล่าวถึงที่สุดว่าการเมืองคือเรื่องที่ผนวกเอาทุกชีวิต (แม้กระทั่งโลกธรรมชาติ) เข้ามา “ภายใน” ตั้งแต่ครรภ์มารดา ถึง เชิงตะกอน ดังเช่น ป๋วย อึ๊งภากรณ์ได้เขียนไว้ การกล่าวว่าการเมืองนั้นไม่เกี่ยวกับเด็ก ไม่เกี่ยวกับนักเรียนนักศึกษา ถือเป็นคำพูดที่ไร้น้ำหนักไร้เหตุผลโดยสิ้นเชิง อย่างที่เราเห็นได้ชัดคือเรื่องระบบการศึกษาที่รัฐนั้นขาดความรับผิดชอบ ทั้งๆ ที่เป็นเรื่องพื้นฐาน หรือการรักษาพยาบาลก็ตาม

ในเมื่อเราคือคนในระบบ การที่เราจะลุกขึ้นมาและตรวจสอบการทำงานของคนที่จัดการระบบอยู่เป็นสิ่งที่ผิดหรือ ถ้าหากประชาชนต้องการตรวจสอบการทำงานของรัฐบาล นั่นควรเป็นสิ่งที่สามารถกระทำได้ แต่ในความเป็นจริงประชาชนไร้ซึ่งอำนาจและไม่ได้เป็นเจ้าของประเทศนี้อย่างแท้จริง กล่าวอย่างที่สุดแล้ว การเมืองนัันคือเรื่องสำคัญเป็นสิ่งที่ประชาชนควรลุกขึ้นมาแก้ไขอย่างจริงจัง

โดยลัทธิมาร์กซ์นั้นกล่าวถูกต้องในการเปลี่ยนแปลงสังคม ปรัชญาวัตถุนิยม ทฤษฎีทางการเมืองเศรษฐศาสตร์การเมือง คือองค์ประกอบที่สำคัญเป็นเหมือนการติดอาวุธทางความคิดให้กับประชาชนในฐานะที่เรานั้นคือกรรมาชีพ เราต้องคัดค้านการขูดรีดทั้งปวง อย่าปล่อยให้คำว่าการเมืองเป็นคำที่ใช้ตัดบทสนทนาถึงปัญหาสังคมในปัจจุบัน สังคม เศรษฐกิจวัฒนธรรม ล้วนถูกผนวกอยู่ในปริมณฑลทางการเมืองทั้งสิ้น และเป็นแนวทางการแก้ไขปัญหาสำคัญไม่ว่าจะเป็นเรื่องโลกร้อน วิกฤติเศรษฐกิจ ค่าแรง การศึกษาสวัสดิการค่ารักษาพยาบาล สวัสดิการขั้นพื้นฐาน

ซึ่งที่กล่าวมาทั้งหมดล้วนมีเรื่องการเมืองอยู่ตรงกลางทั้งสิ้น หากประชาชนมีอำนาจทางการเมืองน้อย ผลที่ตามมาคือผลประโยชน์จะตกอยู่กับคนส่วนน้อย เพราะไม่มีการตรวจสอบเพียงพอหากกล่าวว่าคนดีปกครองบริหารบ้านเมือง บ้านเมืองก็จะเจริญ แต่แท้จริงแล้วคนดีในที่นี้ดีสำหรับใคร

คำพูดข้างต้นสะท้อนว่าไม่อยากจะแตะต้องการเมืองมากนักเพราะขาดจิตสำนึก เห็นว่าการเมืองเป็นเรื่องง่าย ๆ เเต่ไกลตัวไม่ใช่เรื่องของตัวเอง แต่คนส่วนใหญ่ที่อยู่ภายใต้โครงสร้างที่พวกเขาไม่มีส่วนร่วมในการออกแบบมัน จะเรียกได้ว่าโครงสร้างที่ดี สังคมที่ดีได้อย่างไร กล่าวอย่างถึงที่สุดแล้ว เรื่องการเมืองนั้นเป็นเรื่องที่ควรได้รับความใส่ใจจากคนส่วนมาก เมื่อความอยุติธรรมกลายเป็นกฎหมายที่ชอบธรรม การลุกขึ้นมาถอนรากถอนโคนผู้ออกกฎหมายนั้นย่อมเป็นผลที่ตามมา ไม่มีสิ่งใดที่ล่วงหล่นมาจากฟ้าไม่ว่าจะเป็นกำไรของนายทุน หรือกฎหมายในบ้านเมือง เพราะมันมาจากเลือดเนื้อของแรงงานและคนในระบบทั้งสิ้น


ถ้าเห็นด้วยกับแนวทาง “องค์กรสังคมนิยมแรงงาน” เชิญสมัครสมาชิก https://forms.gle/2apcTWX7sB9YCVhU6

Advertisement
%d bloggers like this: