บทเรียนจากความพ่ายแพ้ “ชั่วคราว” ของฝ่ายประชาธิปไตย

นักสังคมนิยมมาร์คซิสต์ต้องพยายามพูดความจริงเรื่องสภาพการเมือง ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่พวกเราต้องการฟังหรือไม่ ความจริงที่เราต้องพูดตอนนี้คือ การต่อสู้เพื่อประชาธิปไตยรอบปัจจุบันที่นำโดยคนหนุ่มสาวมาถึงจุดพ่ายแพ้นานแล้ว ซึ่งความพ่ายแพ้นี้ไม่ได้เกิดขึ้นเพราะแกนนำไม่กล้าหาญและไม่พร้อมจะเสียสละแต่อย่างใด

สภาปลดแอก หน่ออ่อนขบวนการประชาธิปไตยแท้

สภาปลดแอก เป็นแนวคิดแบบหนึ่งของ “สภามวลชน” การปฏิวัติรัสเซียปี 1905 รวมถึงการปฏิวัติในอิตาลี ช่วงปีสีแดง 1920 ที่นำโดยกรรมาชีพ ต่างสร้าง “สภาแรงงาน” ขึ้นมา เพื่อเป็นพื้นที่ในการประสานงานการต่อสู้ แลกเปลี่ยนประเด็นทางการเมือง สภาแบบนี้ ใช้วิธีการเลือกตั้งผู้แทนจากสถานประกอบการมาเป็นตัวแทนในสภา นั่นหมายความ มันสร้างมาจากฐานรากของมวลชน ไม่ได้สร้างมาโดยผู้นำไม่กี่คน

ชนชั้นปกครองพยายามทำลายความฝันถึงสังคมนิยมใน 6 ตุลา 19

ความฝันของสังคมนิยม คือ การเห็นมนุษย์มีความเท่าเทียมกันอย่างแท้จริงทั้งทางเศรษฐกิจและการเมือง แต่ชนชั้นปกครองและนายทุน บวกกับชนชั้นกลาง ไม่พอใจความฝันเหล่านั้น ที่กำลังเกิดเป็นกระแสทางการเมือง พวกเขามีฉันทามติร่วมกันในครั้งนั้น ว่าต้องทำลายกระแสนี้ เพื่อรักษาอภิสิทธิ์ชนของพวกตนเอาไว้

เชื่อมประเด็นการเมืองเข้ากับปากท้อง ขยายแนวร่วม

การต่อสู้เพื่อการเปลี่ยนแปลงทางการเมือง ปลดแอกทางชนชั้น บางครั้งเริ่มต้นจากประเด็นการ “การเมือง” แล้วพัฒนาต่อไปสู่ประเด็น “ปากท้อง” บางครั้งเริ่มจากปากท้องแล้วพัฒนาต่อไปสู่การเมือง

ข้อเสนอต่อขบวนการประชาธิปไตย

การมองว่าอำนาจเผด็จการขึ้นอยู่เพียงบุคคลคนเดียว หรือองค์กรใดองค์กรหนึ่งน่าจะมีข้อบกพร่องอยู่มาก การมองที่ผิดพลาดอาจจะนำมาซึ่งการต่อสู้ที่ผิดทางไม่สามารถสร้างประชาธิปไตยที่สมบูรณ์มากขึ้นได้ ตัวอย่างเช่นในกรณีประเทศอียิปเมื่อขบวนการประชาชนล้มเผด็จการมูบารัคที่ครองอำนาจมายาวนานลงได้ และเลือกผู้นำใหม่จากพรรคภรดรภาพมุสลิม แต่ไม่ยอมทำลายโครงสร้างเผด็จการทหารเดิม เมื่อกองทัพตั้งหลักได้จึงทำรัฐประหารและยึดอำนาจคืน ในตอนแรกดูเหมือนว่าการกำจัดมูบารัคได้จะทำให้โครงสร้างเผด็จการอ่อนแอ แต่แท้จริงแล้วกองทัพยังกุมอำนาจอยู่มาก