เมื่อเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ ขบวนการแรงงานจึงเป็นกุญแจสำคัญ

ในสหราชอาณาจักร มีการนัดหยุดงานประท้วงของคนงานรถไฟ คนขับรถเมล์ พนักงานโทรคมนาคม พนักงานไปรษณีย์ และบุคลากรทางการแพทย์ ทั้งภาครัฐและเอกชน กระทั่งพนักงานบริษัทแอมะซอนยังประท้วงนัดหยุดงานกันเอง (Wildcat Strike) โดยไม่ผ่านกระบวนการทางกฎหมาย และยังมีกรรมกรก่อสร้าง พนักงานโรงกลั่นน้ำมัน

การต่อสู้กับเผด็จการในซูดานและศรีลังกาให้อะไร

การถกเถียงกันระหว่างคณะกรรมการการประท้วงในประเด็นหลัก เรื่อง กฎบัตรปฏิวัติเพื่ออำนาจของประชาชน ซึ่งรับรองโดยคณะกรรมการประท้วงใน 15 รัฐ รวมถึงแผนงานในการจัดตั้งรัฐบาล สิ่งนี้จะริเริ่มด้วยการเลือกตั้งสภาท้องถิ่นในทันทีซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการต่อต้านการรัฐประหาร และยังเป็นภาพแทนของการจัดตั้งรัฐบาลในอนาคตแทนที่ชนชั้นปกครอง แต่องค์กรดังกล่าวยังคงจำกัดตัวเองให้อยู่ในระบบเศรษฐกิจภาครัฐ-เอกชน ซึ่งจะทำให้โครงสร้างความมั่งคั่งในปัจจุบันส่วนใหญ่ยังคงอยู่

การขึ้นค่าแรงขั้นต่ำไม่ได้ทำให้เงินเฟ้อ

นับตั้งแต่มีการเริ่มบังคับใช้กฎหมายค่าแรงขั้นต่ำวันละ 300 บาทในปี พ.ศ.2556 นักวิชาการเสรีนิยมและอนุรักษ์นิยมต่างตื่นตระหนกและโอดครวญว่าการเพิ่มค่าแรงขั้นต่ำเป็น 300 บาทในขณะนั้นจะทำให้เศรษฐกิจไทยล่มสลายและทำให้อัตราเงินเฟ้อสูงขึ้นอย่างยิ่ง หากดูจากอัตราเงินเฟ้อในปี 2556 จนถึงปี 2564 อัตราเงินเฟ้อมีการชะลอตัวลงอย่างต่อเนื่อง โดยปี 2556 อัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 2.18% จนถึงปี 2564 อยู่ที่ 1.23% แสดงให้เห็นว่าการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำไม่ใช่ปัจจัยหลักในการทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อ

การผนึกกำลังของแรงงานทุกชาติพันธุ์เพื่อโค่นล้มผู้ปกครองศรีลังกา

การประท้วงครั้งนี้ยังได้รวมชาติพันธุ์ต่างๆ ให้เป็นหนึ่งเดียว สังเกตได้จากจุดศูนย์รวมการประท้วงใหญ่ ณ Galle Face Green ในเมืองหลวงโคลัมโบที่มีการแสดงความสมานฉันท์ หนึ่งในผู้ชุมนุม กล่าวว่า “นี่คือศรีลังกาที่แท้จริง ดูสิ! ชาวมุสลิมอยู่ที่นี่ ชาวฮินดูก็อยู่ที่นี่ ชาวคาทอลิกด้วย สายเลือดเดียวกันทั้งนั้น” พระภิกษุในบริเวณใกล้เคียงเห็นด้วยว่า “ผู้คนต่างละทิ้งความแตกต่างทางศาสนาและเชื้อชาติเพื่อเข้าร่วมการต่อสู้ครั้งนี้ ศรีลังกาได้กลายเป็นหนึ่งเดียว”

ทางเลือกที่จำเป็นเพื่อทดแทนการส่งอาวุธจาก NATO สู่ยูเครน

“แล้วถ้าคุณไม่ต้องการให้นาโต้ใช้กำลังและอาวุธ คุณจะหยุดกองกำลังรัสเซียได้อย่างไรเล่า? คุณกำลังปล่อยให้พวกนักฆ่าชนะ” เป็นคำถามที่นักสังคมนิยมที่ต่อต้านการยกระดับความขัดแย้งในยูเครนต้องเจอ ซึ่งมันก็เป็นปัญหาจริงๆ เมื่อเผชิญกับเหตุการณ์นองเลือดในเมืองต่างๆ ที่กระทำโดยทหารรัสเซีย แต่นี่ไม่ใช่เหตุผลที่จะขยายไปสู่สงครามที่น่าสยดสยองมากขึ้นไปอีก การจัดส่งอาวุธของนาโต้สามารถนำไปสู่ความขัดแย้งในวงกว้างที่อาจจะไปถึงขั้นสงครามนิวเคลียร์

“เมืองที่เท่ากัน” 12 นโยบายของ วิโรจน์ กล้าชนจริง หรือแค่ปาหี่

ทั้งนี้ผู้เขียนจะวิจารณ์นโยบายของผู้สมัครลงรับเลือกตั้งผู้ว่าฯ กทม. วิโรจน์ ลักขณาอดิสร ตัวแทนจากพรรคก้าวไกล ซึ่งเป็นพรรคที่เป็นที่นิยมในบรรดาคนรุ่นใหม่และยังได้รับการชื่นชมในระดับหนึ่งว่าเป็นที่พรรคที่หัวก้าวหน้า อย่างที่ทราบกันว่า วิโรจน์ ได้เสนอนโยบายที่ และได้โฆษณาตัวเองว่าเน้นชนนายทุนอันเป็นต้นตอปัญหา

อำนาจเบ็ดเสร็จในสังคมไทยอยู่ที่คนๆ เดียวจริงหรือ?

บทสนทนาเหล่านี้ แต่สิ่งหนึ่งสังเกตเห็นได้ชัดเจนคือความเชื่อที่ว่าอำนาจเบ็ดเสร็จขึ้นอยู่กับคนๆ เดียว ซึ่งการคิดแบบนี้อาจจะเป็นการมองข้ามหรือปล่อยให้กองทัพ นายทุน และตัวแสดงอื่นๆ ลอยนวล