เอเปค จะทำให้คนส่วนใหญ่มีคุณภาพชีวิตที่ดีจริงหรือไม่

โดย กองบรรณาธิการ

วาระการประชุมเอเปคตลอดปี 2565 คือการฟื้นฟูเศรษฐกิจภายหลังโควิด-19 ปัญหาวิกฤตโลกร้อน และการสร้างความมั่นคงด้านอาหาร สาธารณสุข ความมั่นคงด้านมนุษย์ เป็นต้น แต่เมื่อพิจารณาผลการประชุมของเอเปคตลอดทั้งปีนี้ก่อนที่จะนำผลการประชุมตลอดทั้งปีให้บรรดาสุดยอดผู้นำแถลงร่วมกัน เราพบว่าการร่วมมือทางเศรษฐกิจของบรรดาผู้นำเอเปค คือการร่วมมือกันของบรรดานายทุนโดยมีรัฐเป็นเครื่องมือสนับสนุนเพื่อแสวงหากำไรสูงสุดโดยการพยายามเปิดเขตการค้าเสรี เพิกเฉยต่อวิกฤตโลกร้อน และไม่สนใจซากศพของชาวยูเครนที่ถูกกองทัพรัสเซียฆ่าตายทุกๆวัน

และทั้งๆที่วิกฤตโลกร้อนเป็นวาระเร่งด่วนที่ผู้นำเอเปคต้องให้ความสนใจเนื่องจากในช่วง2 -3 ปีที่ผ่านมาสภาพภูมิอากาศโลกแปรปรวนมาก ทำให้เกิดภัยแล้ง คลื่นความร้อน และน้ำท่วมอย่างรุนแรงในหลายๆ พื้นที่ ตัวอย่างล่าสุดคือ น้ำท่วมปากีสถาน สหรัฐอเมริกา ไนจีเรีย แต่ผู้นำเอเปคก็ไม่มีความจริงใจในการแก้ปัญหาโลกร้อน รูปธรรมที่พวกเขาพยายามแก้วิกฤตโลกร้อนก็ไม่มีอะไรมากไปกว่าการปลูกป่าเพื่อเพิ่มการดูดซับเรือนกระจก ทั้งๆที่เขตเศรษฐกิจเอเปคปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สู่บรรยากาศมากกว่าครึ่งของการปล่อยทั้งโลก การปลูกป่าไม่เพียงพอต่อการแก้ไขปัญหาวิกฤติโลกร้อน การแก้ปัญหาโลกร้อนต้องแก้โดยงดการใช้เชื้อเพลิงคาร์บอนเพื่อลดปริมาณก๊าซเรือนกระจก แต่เอเปคไม่กระตือรือร้นทำ เพราะพวกเขาเกรงใจนายทุนซึ่งเป็นเจ้านายตัวจริงของสมาชิกเอเปค

วาระการฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังการแพร่ระบาดโควิด เอเปคยังคงผลักดันให้มีการเปิดเสรีการค้าและการลงทุน โดยมีรูปธรรมคือ การขับเคลื่อนการเจรจาเขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก ( FTAAP) พวกเขาคาดว่าเขตการค้าเสรีจะนำมาซึ่งการฟื้นฟูเศรษฐกิจ การค้าที่เติบโตและมั่งคั่งตามแบบฉบับนักเสรีนิยมใหม่ แต่ในความเป็นจริงแล้วการทำเขตการค้าเสรีไม่สามารถแก้ไขปัญหาความเหลื่อมล้ำระหว่างคนจนและคนรวยได้ และไม่สามารถทำให้ประชาชนมีฐานะความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นได้แต่อย่างใด เพราะระบบการค้าเสรีตั้งอยู่บนพื้นฐานของการแสวงหากำไรสูงสุด นั่นหมายความว่าต้นทุนในการดำเนินงานต้องต่ำสุด ในมุมมองนักมาร์กซิสต์นั้น โลกนี้ไม่มีการค้าเสรีที่เป็นจริง

ระบบการค้าเสรีก็คือระบบการค้าที่มือใครยาวสาวได้สาวเอา และความเสรีของมันคือ เสรีภาพของคนรวยที่จะไปขูดรีดมูลค่าส่วนเกินจากแรงงานเพราะการขูดแรงงานจากมูลค่าส่วนเกินนั้นไม่เป็นการผิดกฎหมาย ในการประชุมตลอดทั้งปีของเอเปค พวกบรรดาผู้นำบอกแก่ประชาชนว่าจะสร้างความมั่นคงด้านอาหาร ,พลังงาน,สาธารณสุขให้แก่ประชาชน แต่ไม่มีการพูดถึงการเก็บภาษีของคนรวยเพื่อมาสร้างสวัสดิการสังคมให้แก่ประชาชนส่วนใหญ่ การพูดถึงการสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นโดยไม่พูดถึงการเก็บภาษีคนรวยหรือภาษีทรัพย์สินเป็นการโกหกคำโตของบรรดาผู้นำเอเปค เพราะทำให้ไม่มีเงินที่จะไปจัดสรรสวัสดิการทางสังคมให้กับคนจน และหากแผนการเขตการค้าเสรีเอเซีย -แปซิฟิก สำเร็จลงจะทำให้เกษตรกรรายย่อยในประเทศอาจล้มละลายได้ในที่สุด ชนชั้นกรรมาชีพต้องต่อต้านนโยบายเสรีนิยมใหม่ของเอเปคเพราะมันนำไปสู่ความเหลี่ยมล้ำทุกๆด้านระหว่างคนจนและคนรวย

การประชุมสุดยอดผู้นำเอเปคครั้งนี้จะไร้ประโยชน์ต่อมวลมนุษยชาติ หากผู้นำเอเปคละเลยปัญหาการที่สมาชิกเอเปคอย่างรัสเซียไปรุกรานยูเครนและสหรัฐอเมริกาพยายามขยายอิทธิพลของตัวเองในนาโต รัสเซียและสหรัฐอเมริกาต่างเป็นประเทศจักรวรรดินิยมทั้งคู่ และพยายามเผยแผ่อิทธิพลไปยังประเทศอื่นๆในทุกรูปแบบ ผู้นำเอเปคจะต้องแสดงจุดยืนเรื่องนี้อย่างชัดเจน โดยต้องประณามทั้งสองจักรวรรดิ และต้องเรียกร้องให้รัสเซียยุติการรุกรานยูเครนโดยไม่มีเงื่อนไขใดๆทั้งสิ้น และสหรัฐอเมริการต้องยุบเลิกองค์กรนาโต้ การไม่แสดงจุดยืนของผู้นำเอเปคต่อกรณีรัสเซียรุกรานยูเครนจะเป็นเรื่องอัปยศต่อมวลมนุษยชาติเพราะมันทำให้เห็นว่าพวกผู้นำเอเปคสนใจแต่กำไรโดยไม่สนใจชีวิตคนจริงๆ

************************

ถ้าเห็นด้วยกับแนวทาง “องค์กรสังคมนิยมแรงงาน” เชิญสมัครสมาชิก https://forms.gle/2apcTWX7sB9YCVhU6


Advertisement